ติดตามข่าวคราวของเกมนี้มาตั้งแต่ปี2010 ตอนที่ยังใช้ชื่อว่า Project Zwei อยู่ 
 
การที่ ชินจิ มิคามิ จะมากุมบังเหียนเกมนี้ และบอกด้วยตัวเองว่าจะสร้างนิยามใหม่ของเกมสยองขวัญ ก็ทำให้แฟนเกมหลายคนคอยติดตามอย่างใจจดใจจ่อ แม้ว่าเทรลเลอร์หลายๆตัวที่ปล่อยออกมาจะไม่น่าประทับใจเอาเท่าไหร่ หลายคนก็ยังเชื่อว่า ด้วยฝีมือของผู้กำกับที่ให้กำเนิดไบโอฮาซาร์ด และสร้างไบโอ4ซึ่งเป็นเกมขึ้นหิ้งที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการเกม จะทำให้The evil withinเป็นผลงานที่น่าประทับใจได้ 

แต่แล้วก็ต้องพบกับความผิดหวังรุนแรง เพราะนอกจากThe evil withinจะไม่ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับเกมสยองขวัญตามที่ตั้งใจไว้ แต่ยังเป็นผลงานที่แย่ชิ้นหนึ่งของชินจิ เมื่อเทียบกับผลงานก่อนๆด้วยซ้ำไป

ไร้แรงจูงใจจะเขียนรีวิวฉบับเต็ม ขอแยกเป็นข้อๆ
 
เนื้อเรื่อง
 
-เล่นไปทั้งหมด14ชั่วโมง ตอนแรกๆรู้สึกว่ายืดยาด เริ่มสนุกขึ้นตอนแชปกลางๆ แต่ก็สนุกได้ไม่นาน เพราะจังหวะของเกมที่ไม่กลมกลืน ขาดช่วง บางแชปยาว บางแชปสั้น เล่าเรื่องสะดุดไปสะดุดมา 
พอ4ชั่วโมงสุดท้ายนี่ทนเล่นให้จบเพราะชื่อชินจิ และเพราะอยากรู้เนื้อเรื่องให้จบ ... พอเล่นจบแล้ว อืม... เสียดายเวลาเล่นค่ะ 

-เนื้อเรื่องที่ปูมายาวนานมีเนื้อหาจริงๆน้อยนิด หลายฉากหลายตอนใส่มาเพื่อเป็นลูกเล่นทางเกมเพลย์ ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเนื้อเรื่อง
เนื้อหาจริงเอามาย่อจบได้ในเวลานิดเดียว พล็อตไม่ได้แปลกใหม่ บทพูดทั้งเรื่องน้ำเน่า โคตรเชย และคาดเดาได้ 
แอคติ้งดูเฟคยังกะหนังช่องเจ็ด บทสรุปที่แอนตี้ไคลแมกซ์ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เนื้อเรื่องทิ้งความรู้สึกติดลบ

-ทั้งๆที่มีปมความสัมพันธ์ของตัวละครหลายอันที่น่าจะเอามาเล่นได้มากกว่านี้ 
แต่เกมก็ทำหล่นไประหว่างทาง
เนื้อเรื่องส่วนสำคัญบางจุดที่น่าสนใจ(เบื้องหลังของตัวละครหลักชื่อคิดแมน) ก็เอาไปทำเป็นDLCขายแยกกับเกม (ช่างกล้า) คาแรคเตอร์รูวิกที่ดูจะน่าสนใจสุดในเรื่อง และปูเรื่องมาตั้งนานนนนน ก็ดรอปลงไปในบทสุดท้ายซะงั้น เทียบความสำคัญของรูวิกแล้วก็เหมือนเวสเกอร์ของไบโอ แต่ในบทสรุปดันกลายเป็นplot device....

-การใช้ธีมเรื่องเป็นอาการประสาทหลอนจนเกิดเรื่องเหนือธรรมชาติ/ การกำกับแบบหนังคัลท์ 
ไม่ใช่ข้ออ้างให้ทำอะไรก็ได้โดยไร้เหตุผลรองรับ และปล่อยให้ข้อสงสัยไร้คำอธิบาย

-ตัวละครที่น่าเบื่อ ไร้มิติ ไม่น่าสนใจอย่างเห็นได้ชัดคือตัวเอก
เซบาสเตียน เป็นตัวละครมิติเดียวอย่างแท้จริง บทพูดที่มีน้อยนิด 
กว่าครึ่งเป็นการถามคำถามโง่ๆหรือพูดอะไรไปตามบทแบบไร้จุดหมาย (เกือบไปแล้วสิ แย่ล่ะ นายเป็นอะไรมั้ย นั่นมันอะไรน่ะ โอ้ชิท) 
ทีไอ้เรื่องที่ควรจะสงสัยดันไม่ถาม... หลงแยกจากเพื่อนไปในโลกเพี้ยนๆพอเจอกันอีกทีทักทายกันสองประโยคแล้วเดินทางต่อ....
สิ่งที่ช่วยเสริมคาแรคเตอร์ให้ลึกขึ้นได้"นิดหน่อย"คือรีพอร์ตของเซปที่มีให้เก็บตามแชปเตอร์ 
ซึ่งก็จะทำให้เราได้รู้เรื่องของไมร่าและลูกสาวของเขา ... ซึ่งเราคิดว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านหรอก
 
ระบบการเล่น
-ขอชมข้อดีก่อนจะติดเครื่องด่ายาว ความสนุกของเกมนี้อยู่ที่การบริหารการใช้งานอาวุธต่างๆของเรา
กระสุนและวัตถุดิบที่ให้มาอย่างจำกัดทำให้ต้องใช้ความคิดในการเล่น ไม่ใช่สาดกระสุนกับลูกกระจ๊อกทั้งหลายแบบแรมโบ้ เรียกได้ว่าเน้นความกดดันที่เรามีอาวุธจำกัด
แต่ก็เป็นการออกแบบที่เกมสยองขวัญทั่วๆไปก็ใช้กัน(ทำตัวเอกให้ดูไร้พิษสง รู้สึกด้อยกว่าแล้วจะกดดัน) เอไอของศัตรูก็ค่อนข้างโง่(มาก) พอจับทางได้ ความกดดันก็หายไป ยิ่งแชปเตอร์หลังๆให้อาวุธมาบู๊มากขึ้น ก็ยิ่งลืมความกดดันของการบริหารอาวุธไปเลย... กลายเป็นบู๊เต็มขั้น...แต่ดันเป็นบู๊ที่ทำได้ไม่สุดซะอีก
  
- ระบบการเล่นที่ไม่ได้พัฒนาไปจากไบโอ4 เคยเป็นแบบไหนก็ได้อารมณ์แบบเดิม มันคงไม่เป็นปัญหามากนักถ้านี่เป็นปี2004และเราๆกำลังเล่นเกมนี้บนเครื่องเกมคิวบ์ 
แต่ในยุคที่ชาวบ้านเค้าพัฒนาไปถึงไหนต่อไหนแล้วไม่ว่าจะเรื่องกราฟฟิกและความลื่นไหล 
The evil within ยังให้ความรู้สึกแข็งๆเชยๆแบบเกมเพลย์2 ทั้งยังจะทำได้แย่กว่าไบโอ4ด้วยซ้ำในรายละเอียดต่างๆ
ไม่ต้องเทียบกับเกมไตเติ้ลใหญ่ที่ใช้แนวเกมคล้ายกันอย่าง The last of us แค่เกมทั่วไปในท้องตลาดยังสู้ไม่ได้เลย 

-การเล็งยิงที่เก้งก้าง การเคลื่อนไหวที่งุ่มง่ามเงอะงะ มุมกล้องที่น่ารำคาญชวนปวดหัว 
เข้าที่แคบทีราวกับตกนรกเพราะมองอะไรไม่รู้เรื่อง ตอนเจอบอสหมาบ้ากระโจนไปกระโจนมา เล่นแล้วรำคาญจนต้องกระถดเก้าอี้ให้ห่างออกไปอีกเมตรครึ่ง เพราะตัวละครช้ามาก และมุมกล้องก็ห่วยแตกเหลือใจ
เล่นตั้งแต่ต้นจนจบขอพูดเต็มปากว่าการควบคุมตัวละครในเกมนี้ไร้ความคล่องตัวโดยสิ้นเชิง แค่กดนั่งย่อ กดวิ่ง ก็ยังดีเลย์นิดๆ จนสงสัยว่าได้ขัดเกลาการเคลื่อนไหวของตัวละครก่อนวางขายมั้ย

-เราไม่เคยมึนหรือปวดหัวกับการเล่นเกม(มิเรอร์เอจเล่นรวดเดียวจบ ไม่เมา ไม่มึน)แต่นี่เป็นเกมที่สองที่ทำให้เราหงุดหงิด/ปวดตากับการควบคุมได้ในระดับนี้ 
เกมแรกคือไบโอ6 (เวอร์ชั่นเดโมที่ยังใช้ระบบเล็งยิงเห่ยๆอยู่ก่อนจะปรับแก้ในเวอร์ชั่นเต็ม)
ในที่นี้พูดถึงแค่ความรู้สึกตอนเล่น ยังไม่รวมถึงอนิเมชั่นของตัวละครที่ไร้ความละเอียดอ่อน แข็งกระด้าง 
วิ่งลงบันไดทียังกับเป็นโรคชักกระตุก ใช้ท่าmeleeทีมุมกล้องส่ายยังกับตากล้องเป็นโรคลมบ้าหมู 
จะหันซ้ายหันขวาทีก็ดีเลย์จนเมื่อยลูกตา ท่าวิ่งก็ประหลาดเหลือเกิน เทียบกันแล้ว ไบโอภาคหลังๆยังทำได้ดีกว่า

-การออกแบบลูกเล่นด่านและศัตรูก็เดิมๆ...ไม่มีอะไรแปลกใหม่ บอสก็เล่นเหมือนวิ่งไล่จับ หนีทิ้งระยะ ยิง วิ่งวนรอบฉาก วนลูป ปริศนาก็มีบ้างนิดหน่อย แต่ง่ายจนไม่ต้องหยุดคิด(อันนี้หลายๆคนคงชอบ)
สรุป ไม่ได้รู้สึกถึงอะไรใหม่ๆ ไม่รู้สึกถึงความคิดสร้างสรรค์ที่น่าชื่นชมเหมือนตอนเล่นผลงานเก่าๆของเขาอย่าง ไบโอ4 ก็อดแฮนด์ แวนควิช

งานภาพ
-เรื่องกราฟฟิกนี่ที่สุดของความฟรัคอัพ....บอกมาเลย มีหมดทุกปัญหา
เฟรมเรตร่วง สกรีนเทียริ่ง แบลคบาร์กินไป1/3ของจอ เทกซ์เจอร์หยาบ โพลีกอนเหลี่ยมทิ่มตาโหลดเทกซ์เจอร์ไม่ทัน ภาพแย่ยิ่งกว่าเกมต้นเจนเพลย์3
ฉากท้ายๆที่มีขับรถบัสนี่ยังกะเกมตลก โหลดศัตรูไม่ทันต้องขับเข้าไปใกล้ๆถึงจะเด้งขึ้นมายังกะผี(เออ มันก็ผีนี่นา) ปรกติไม่เคยเรื่องมากกับกราฟฟิก แต่เกมนี้ปัญหามันมากซะจนส่งผลกับอารมณ์ร่วม เล่นไปแล้วอยากกรีดร้อง รู้สึกว่าคนพอร์ทไม่ได้คำนึงถึงประสบการณ์คนเล่นเลย ยังไม่รวมถึงบั๊กต่างๆนาๆ

-ส่วนตัวชอบอาร์ตไดเรคชั่น เน้นออกแบบให้แหวะๆ น่าอ้วกมากกว่าน่ากลัว ชอบบอสลอร่า(ซาดาโกะ8แขน) 
ทั้งดีไซน์ติดตาและแบคสตอรี่ ทำไมถึงมีรูปลักษณ์แบบนั้น ทำไมถึงแพ้ไฟ เนื้อเรื่องมีรองรับ แต่บอสอื่นๆก็งั้นๆ... อีกตัวที่ชอบหน่อยก็พีรามิดเฮดหัวตู้เซฟ...  ส่วนการออกแบบฉากก็ทำได้ดี แม้จะไม่ค่อยมีความหลากหลาย ส่วนตัวชอบฉากเซอร์เรียลทั้งหลาย แต่ก็น่าเสียดายที่มักจะเป็นแค่ฉากเส้นตรงสั้นๆ 
 
ความหลอนที่โฆษณาเอาไว้เต็มประดา
-เกมสยองขวัญ...เหรอ ช่วงที่เราเล่นสนุกสุดในเกมคือช่วงที่ให้บู๊ค่ะ และตัวเกมก็ไม่มีเนื้อเรื่องเอื้ออำนวยต่อความหลอนเลย เป็นการเน้นเรื่องที่พระเอกเกิดอาการประสาทหลอนมากกว่า (ซึ่งตรงกับชื่อเกมเวอร์ชั่นญี่ปุ่น คือ Psychobreak)
ช่วงที่เน้นความสยองกลับกลายเป็นน่าเบื่อ รำคาญเอฟเฟคต์ภาพหลอนที่บังคับยัดเยียดใส่มาเป็นระยะ 
หลายๆมุกเดาทางได้ก่อนจะเกิด...แล้วงี้มันจะไปหลอนยังไง orz 

-จังหวะเกมก็ใบ้ซะ... เห็นฉาก เห็นทาง รู้ละ ว่าเดี๋ยวบอสมา เดี๋ยวต้องมีดักโจมตี เดี๋ยวต้องมีหลอกตกใจ ไม่ได้อยากจะเดาเลย แต่แค่เห็นก็รู้มุกหมดแล้ว...ไหนล่ะ นิยามใหม่ แค่เป็นเกมสยองขวัญที่ได้มาตรฐานเกมอื่นในตลาดยังทำไม่ได้เลย 
เราคิดว่าทางค่ายคิดผิดมากที่โปรโมทว่าเกมนี้จะสยองจิตฝุดๆ เพราะแนวทางเกมไม่ใช่แบบนั้นเลย 
เป็นการโฆษณาที่ผิด และสร้างความหวังลวงๆ เมื่อคนเล่นผิดหวัง ก็ย่อมไม่ประทับใจ

สรุป
ผิดหวังในทุกแง่มุม เกมมันคือไบโอฮาซาร์ดเวอร์ชั่นกินยาบ้า ที่ใช้ทุนสร้างน้อยกว่า แปะชื่อยี่ห้อใหม่ 
มันคือเกมที่เลวร้ายมากเหรอ? ไม่เชิง แต่มันคือเกมที่ควรจะทำได้ดีมากกว่าหรือเท่ากับมาตรฐานเดิม
แต่กลับมีข้อบกพร่องมากมายยากจะมองข้าม คงเหมาะกับคนชอบเกมแนวthriller และมองหาอะไรเล่นเพลินๆละมัง ส่วนตัวแล้วเสียดายเวลาเล่นมาก และเสียดายที่ชินจิทำลายความเชื่อมั่นของแฟนๆหลายคนเช่นกัน คนเราย่อมไม่สามารถสร้างผลงานทอปฟอร์มได้ตลอด แต่เมื่อทำผลงานแย่ๆออกมา ก็ต้องได้รับกระแสติดลบไปตามคุณภาพของเกม 
 
สุดท้าย เรามักจะย้ำเสมอ ว่ารีวิวก็เป็นความเห็นส่วนบุคคลที่เขียนจากรสนิยมส่วนตัว อยากรู้จริงก็ต้องลองเองโลด (หาเหยื่อเป็นเพื่อน.../น้ำตาไหลริน)
 
ท้ายสุด....อะไรก็ไม่เซ็งเท่ากับบอสใหญ่....เล่นแบบตั้งความหวังว่าจะได้ฉะกับรูวิกแบบตัวๆ มันๆ .... เจอบอสใหญ่แบบ.......อืมมมมมมมมมมมมมมมมม

 
แถม
รวมโลจิกตลกจาก The Evil Within ที่
หลายๆท่านกำลังแชร์ความฮากันในเพจ http://goo.gl/nC6N42 สามารถมาจอยได้

TAEPOPPURI~ View my profile