The Lost Crowns-อันเดดที่ถูกเลือกกับมงกุฏที่หายไป(ชื่อตอนยังกะเพอร์ซีแจคสัน)
 
*ต่อไปนี้จะใช้คำว่า DLC ย่อมาจาก Downloadable content 
 
ซีรีย์ลอสต์คราวน์ คือเนื้อหาเสริมของ Dark Souls 2 ที่รวบรวมดันเจี้ยนใหม่เอาไว้สามดันเจี้ยน  ตอนที่ประกาศDLCชุดนี้ออกมา กระแสด้านลบก็เยอะตามคาด เพราะมาหลังเกมออกไม่นาน แถมฉากในDLCก็ล้วนถูกออกแบบเป็นคอนเซปอาร์ตไว้ตั้งนานแล้ว มีภาพออกแบบไว้ครบทั้งสามตอนเลย... หาดูได้จากอาร์ตเวิร์คที่หลุดออกมาสมัยเกมยังไม่ออก(search ว่า DSII leak concept art)
 
หลายๆคนจึงเชื่อว่าเป็นการทำไว้ก่อน(หรืออย่างน้อยก็วางแผนไว้ก่อนเลย) แล้วมาตัดแบ่งขายทีหลังเพื่อเอาตังเพิ่ม ไม่เหมือนภาคแรกที่มาทำตอนของอาโตเรียสเสริมทีหลังจริงๆเพราะแฟนๆเรียกร้อง
 
โดยDLCซีรีย์นี้ก็ปล่อยขายเดือนละตอน เรียงตามลำดับที่ออกคือ
 
Crown of The sunken King - อดีตเมืองศักดิ์สิทธิ์ 'ซัลวา'
Crown of The old iron King - 'บรูม' หอคอยแห่งเพลิง
Crown of The ivory King  - เมืองเยือกแข็ง 'เอเลียมลอยซ์'
 
เนื้อหาของDLCทั้งสามไม่ได้เชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องหลักแบบชัดเจน สามารถเล่นสลับลำดับได้ตามใจชอบ ไม่ต้องเรียงตามลำดับที่ออก ไม่ต้องจบเกมมาก่อนก็เล่นได้(แต่ต้องไปถึงบอสบางตัวก่อน อาทิ เดอะรอทเท่น,โอลด์ไอรอนคิง)
 
เราเพิ่งจะเล่นจบครบทั้งสามตอนเมื่อสองสามวันแล้วก็ใช้เวลาอีกนิดหน่อยในการเก็บของให้มันครบๆ ก็จะจำแนกแจกแจงความประทับใจ/ความหงุดหงิดดังนี้
อนึ่ง แม้จะเป็นประเด็นเดียวกันแต่บางครั้งก็จะมีทั้งมุมที่ดีและไม่ดี(เช่น เรื่องกราฟฟิก ภาพสวยแต่เฟรมเรตกาก เป็นต้น) ก็ขอเขียนส่วนที่ดีก่อนส่วนเสียตามลำดับ 
อสอง รีวิวนี้สปอยล์เนื้อหาตัวเกมหลัก แต่ไม่สปอยล์เนื้อหาในDLCค่ะ
 
ยอดเยี่ยมกิ๊บเก๋ยูเรก้า
  • ข้อเสียที่ยิ่งใหญ่ของดาร์คโซล2ในตัวเกมหลักคือ เลเวลดีไซน์ หรือการออกแบบฉาก ที่ไร้ความซับซ้อน และความคิดสร้างสรรค์ ด่านทั้งหมดถูกนำมาวางต่อๆกันแบบชุ่ยๆ ด่านที่ไม่ได้มีสภาพภูมิประเทศที่ใกล้เคียงกันเลยก็เอามาต่อกันได้แบบมั่วๆ แต่DLCนั้นแก้ไขปัญหาเหล่านั้นทั้งหมด ทั้งสามDLCมีการออกแบบฉากที่เป็นเอกลักษณ์ ทางลัด ความซับซ้อน การเชื่อมต่อแบบชาญฉลาดของดาร์คโซล1 ปรากฏอยู่ในDLCเหล่านี้อย่างสมบูรณ์ 
  • การใช้ทางลัดก็สามารถพาไปยังจุดต่างๆในฉากได้ในเวลาไม่นาน และยังมีห้องให้สำรวจเยอะแยะ จนสนุกที่จะสำรวจซ้ำแม้จะวิ่งผ่านมาแล้ว  บอนไฟร์ส่วนใหญ่ก็วางได้ระยะห่างกำลังดีไม่เหมือนในตัวเกมหลัก ไม่ใกล้กันจนรู้สึกว่าเกมง่าย และก็ไม่ห่างกันจนชีวิตลำบาก เรียกได้ว่าความเมกเซ้นส์ในการออกแบบที่ควรจะเป็นและเคยทำได้ในภาค1มาก่อนนั้น เปล่งประกายอีกครั้งในDLCทั้งสามตอน

จะได้ตะลุยหอคอยในภาพตั้งแต่ยอดยันชั้นล่างสุด พร้อมกลไกทางลัดที่ไม่ทำให้เสียเวลาเมื่อต้องการย้อนกลับไปยังชั้นต่างๆ

  • อาร์ตไดเรคชั่น หรือ การออกแบบองค์ประกอบศิลป์ ทำได้น่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งสามตอนมีฉากที่เป็นไอคอนนิค ตราตรึงใจ เรียกได้ว่าแค่คิดชื่อก็นึกออก ไม่ว่าจะเป็นถ้ำของซินห์มังกรหลับใหลแห่งซัลวา โซ่ตรวนยักษ์ที่ล่ามหอคอยบรูม หรือฉากการร่วงหล่นจากเอเลียมลอยซ์ไปยังโอลด์เคออส ทำออกมาได้ดีจนต้องปรบมือให้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเข้าใจว่าอาร์ตไดของภาคนี้ต่างกับเดมอนโซลและภาค1เยอะ จะเน้นไปทางแฟนตาซีมากกว่าความดาร์คแบบสมจริง แต่ละฉากล้วนสีสันสดใส ไม่ก็สว่างจ้าฟรุ้งฟริ้ง เป็นแฟนตาซีโซลแทนดาร์คโซลไปเลย บางคนอาจจะชอบแบบดาร์คๆมากกว่า อันนี้ก็ขึ้นกับรสนิยมค่ะ

ฉากต่างๆที่ยิ่งใหญ่อลังการ ช่วยเสริมบรรยากาศการเล่นได้เป็นอย่างดี

  • อาวุธ เมื่อเป็นอาวุธในDLCที่เอามาขายแยกก็ย่อมไม่ธรรมดา ล้วนมีกิมมิคให้อู้หูอู้หา แต่ก็ไม่ได้เทพมากจนได้เปรียบคนที่ไม่ได้ซื้อ ส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธเน้นเท่และลูกเล่นแปลกๆเช่น ดาบยืดหดได้แบบดาบไอวี่ ดาบเลเซอร์ หมัดปล่อยพลัง และยังมีอาวุธไอคอนนิคของภาคแรกที่เอากลับมาให้คิดถึงเล่นๆ ชุดเกราะเซทใหม่ๆก็ออกแบบได้สวยงามเข้ากับเนื้อหาของแต่ละตอน 

ฮาโดเคน! ทัทซึมากิเซนปุเคียคุ!!

  • เนื้อเรื่อง มีทั้งส่วนที่ชอบและไม่ชอบ อันนี้ขอพูดถึงส่วนที่ชอบก่อน ลอร์ของDLCทั้งสามค่อนข้างจะเป็นเอกเทศออกจากกัน จบในตัว สมมุติว่าซื้อมาตอนเดียวก็ยังรู้เรื่อง ไม่ต้องอาศัยตอนอื่นเพื่อทำความเข้าใจ
  • ส่วนตัวอันที่ชอบที่สุดคงจะเป็น Crown of The sunken King เรื่องราวของเมืองซัลวาในอดีต การต่อสู้ระหว่างยอร์คและมังกรซินห์ สาเหตุที่ถูกปกคลุมไปด้วยพิษร้ายจนเมืองล่มสลาย รองมาก็เป็นเรื่องราวของไรม์ใน Crown of The old iron King ไรม์เป็นอัศวินมือซ้ายของเวนดริค อดีตเพื่อนสนิทของเวลสแตดท์ เคยถูกพูดถึงในตัวเกมหลักบ้างแล้ว แต่ในDLCนี้เราจะได้รู้เรื่องราวของเขาแบบเต็มๆว่าหลังจากโดนตราหน้าว่าเป็นคนทรยศแล้วเกิดอะไรขึ้นกับไรม์ ในDLCตอนสุดท้ายแม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้มีส่วนไหนตราตรึงเป็นพิเศษ แต่ก็ชอบคาแรกเตอร์ของอัลซานน่า โหรผู้เงียบงันที่เป็นอีกเศษเสี้ยวหนึ่งของปิศาจมนัส กระนั้นกลับมีลักษณะนิสัยและความสัมพันธ์ที่ดีต่อมนุษย์

The exile swordsman Raime 

  • ระดับความท้าทาย ที่มีทั้งจุดดีจุดเสีย พูดถึงจุดดีก่อน ความโหดของศัตรูอาจจะขึ้นกับเลเวลและจำนวนรอบที่เล่นของคนเล่นแต่ละคน สำหรับเราแล้วอยู่ในระดับที่ท้าทายมาก โดยเฉพาะ Crown of The old iron King แม้ส่วนใหญ่ศัตรูจะทำดาเมจได้เว่อร์มากจนเหมือนยากแบบโกงๆ แต่จุดที่ชอบคือบอสบางตัวไม่ใช่สักแต่ลุยเข้าไปฟันกันดื้อๆ แต่ต้องมีการแก้พัซเซิลในด่านก่อนถึงจะสู้ได้สะดวก เช่น บอสมีแหล่งพลังแยกไว้เป็นส่วนๆ ต้องตามหาให้ครบก่อนถึงจะฟันเข้าเนื้อแบบเต็มๆ ถ้าไม่ทำก็ยังสามารถปราบได้แต่ชีวิตลำบากขึ้น ซึ่งเราชอบบอสแบบที่มีลูกเล่นที่มีที่มาจากเนื้อเรื่องอย่างนี้ล่ะ (ลูกเล่นแบบไร้ที่มาที่ไปก็ไม่ไหวนะครัฟ) ไม่ใช่เดินหน้าฆ่ามันจบแล้วจบกัน ซึ่งตอนเสริมเหล่านี้ก็ทำออกมาได้ดีค่ะ 
  • ความกวนบาทาของRed phantomที่เป็นAI เหล่าAIที่จะบุกเข้ามาฆ่าเราครั้งนี้ ทั้งใช้อีโมตเกรียนๆ เวทย์กวนๆ ได้ครบถ้วนราวกับคนเล่นเองจริงๆ ฆ่าเราได้ก็ทำท่าเยาะเย้ย สู้ไม่ได้ก็โกยแน่บไปทางที่ศัตรูเยอะให้เราปวดหัวเล่นซะอีกแน่ะ เป็นการเพิ่มชีวิตชีวาให้กับการบุกของNPCเป็นอย่างมาก ไม่ได้บุกเข้ามาบู๊ๆๆแล้วก็โดนเราเชือดตายอ่อนแบบเดิมแล้ว
เห่ยกระโหลกกะลา
  • รีไซเคิลเพื่อรักษาปรากฏการณ์โลกร้อน.......ไม่ใช่แล้วเพ่! ปรกติในเกมทั่วไป เวลาเจอแต่ศัตรูหน้าตาเดิมๆ บอสเปลี่ยนสีเปลี่ยนสเกลก็รู้สึกแย่พออยู่แล้ว แต่นี่ดันเอามาใส่ไว้ในคอนเทนต์ที่ขายแยกราคาแพงอีกต่างหากเนี่ยนะ.... ใช้อะไรคิดครัฟฟ ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมหน้าด้านได้ขนาดนี้ นอกจากบอสยูนีคที่ต้องใช้ลูกเล่นในการปราบตามที่บอกไปในส่วนข้อดีสองสามตัวแล้ว บอสที่เหลือล้วนลอกมูฟเซตของเก่ามา บางตัวก็ก๊อปปี้เพสมาจากตัวเกมหลักเลย แค่เปลี่ยนสีเปลี่ยนสกิน ลาสบอสยังโดนเอามาก๊อปปี้ คิดดูละกัน 
  • ที่หนักสุดในDLCตอนสุดท้าย รีไซเคิลถึงขั้นเอาบอสตัวแรกในDLCมาเพิ่มเป็นสองตัวแล้วใส่เป็นบอสลับในDLCเดียวกัน....(ตรรกะออกแบบเกมแบบห่วยๆมักง่าย คิดอะไรไม่ออกเอามาเพิ่มจำนวนให้ยากๆไว้ก่อน) ไม่แปลกที่คนจะรู้สึกแย่ คิดเงินเพิ่มแต่เอาของเก่ามาขายแบบนี้ เป็นการตลาดที่ทุเรศมาก
  • นอกจากนี้ศัตรูธรรมดาในแอเรียทั้งสาม เป็นทหารโบราณแบบเดียวกันหมดจ้า...เอาอันเดดธรรมดามาขยายไซส์ให้ใหญ่ขึ้น เปลี่ยนสกินให้เข้ากะฉาก ไร้ความหลากหลายโดยสิ้นเชิง

เดี๋ยวววววนะนายยยย เราเคยเจอกันมาก่อนนนน 

  • ในเกมจะมีส่วนที่เป็นแอเรียเน้นโคออปโดยเฉพาะ ตอนละหนึ่งแอเรียเล็กๆ (สังเกตจากป้ายหลุมศพรูปหน้าคนที่เรียงกันเยอะๆ) ที่คนไม่ได้ซื้อDLCสามารถทดลองได้ฟรี เพียงแค่วางไซน์เอาไว้แล้วรอคนที่ซื้อDLCแล้วเรียกเข้าไปจอย...ปัญหาคือ ไอ้แอเรียดังกล่าว มันทำมาเพื่อโฆษณาDLCว่าง่ายๆก็เหมือนเดโม ถ้าเดโมมันง่ายก็จะดูไม่ท้าทาย ไอ้แอเรียนี้้ จึงถูกสร้างมาสำหรับเล่นหลายคนโดยเฉพาะ ส่งผลให้จำนวนศัตรูมากขึ้นเป็นสามเท่า เส้นทางจะแคบจะกว้างก็ตรงแหน่วไปยังบอสอย่างเดียว เพราะไม่ต้องการให้คนได้เล่นฟรีเล็ดรอดไปยังส่วนอื่นได้นาน เล่นคนเดียวแบบไม่ได้อัพเลเวลเว่อร์ๆก็งานเข้าสิฮะ เจอการออกแบบชุ่ยๆเหมือนเดิมคือ เน้นศัตรูเยอะมารุมๆๆ ยิ่งเล่นในรอบหลังๆที่ความโหดสูง เช่นรอบ4 5 6 ยิ่งเป็นไปได้ยากที่จะผ่านด้วยตัวคนเดียว กลายเป็นออกแบบมาขายของจนลืมคิดถึงประสบการณ์ของคนที่เล่นแบบไม่ซัมมอนไป แถมยังเป็นจุดด่างพร้อย ทำลายความประทับใจจากแอเรียอื่นๆที่ออกแบบมาได้ดีไปด้วย

ทางออกของการลุยเดี่ยวในแอเรียที่ออกแบบมาบังคับให้เล่นหลายคน คือการวิ่งมิดคันเร่งผ่านศัตรูทุกตัว...นี่หรือ?การออกแบบที่คำนึงถึงผู้เล่น

  • เนื้อเรื่อง ในตอนแรกหลายคนอาจจะคาดหวังเนื้อหาที่น่าประทับใจ ไขข้อข้องใจและขยายความบางส่วนของเนื้อเรื่องหลักแบบเรื่องราวของอาโตเรียส แต่DLCเซ็ตนี้ไม่ได้ช่วยเฉลยปมเนื้อเรื่องที่มีช่องโหว่ของเนื้อเรื่องหลักแต่อย่างใด การทำแบบนี้ส่งผลไม่ต้องรู้เรื่องเก่ามากก็ทำความเข้าใจได้(ไม่ก็มึนหนักยิ่งกว่าเดิม) แต่ก็ทำให้รู้สึกว่า...มันไม่กลมกลืนไปกับเนื้อเรื่องของเกมหลัก และที่สำคัญคือมันขาดความรู้สึกประทับใจเมื่อเราเชื่อมต่อเงื่อนงำทางเนื้อเรื่องได้ เช่นในภาค1พูดถึงเรื่องของสี่อัศวินแห่งกวินน์มาตลอดทั้งเกม จนมีDLCของอาโตเรียสออกมาเราก็ได้รู้จักคาแรกเตอร์และเรื่องราวของพวกเขาทั้ง4 รวมถึงเรื่องซึ้งๆในอดีตของชิฟ,ได้เข้าใจว่าที่ตั้งของป่าดาร์ครูทคือที่ตั้งของมหานครโอเลซิลล์ ได้เห็นสภาพภูมิศาสตร์ที่ยังเหลือเค้าเดิมอยู่แม้กาลเวลาผ่านมาเนิ่นนาน เป็นเหมือนprequelให้ตำนานในเกมนั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น 
  • เทียบกับDLCชุดนี้ของภาค2 ที่อยู่ดีๆเราก็วาร์ปไปที่ๆนึงและไปรับรู้เรื่องราวอีกเรื่องนึงที่ค่อยไม่เกี่ยวกันกับเนื้อเรื่องหลัก จบแล้วก็จบกันไป 
  • ก่อนDLCออกทีมงานบอกไว้ว่า เคลียร์ครบสามตอนแล้วจะเกิดเนื้อหา'พิเศษ'บางอย่างขึ้น แฟนๆจะปลาบปลื้มปิติ ให้อดใจรอไว้ พอถึงเวลาจริงๆเล่นจบ ไปเจอเนื้อหาที่ว่านั่นแล้วก็...เอิ่ม เมื่อไหร่จะพอซะทีกับการตลาดหลอกคนให้เข้าใจผิดๆ ไอ้เนื้อหาพิเศษที่ว่านั่นไม่ได้สมกับที่โฆษณาเอาไว้เลย เป็นแค่สคริปต์สั้นๆเท่านั้นเอง บางคนเจอแล้วยังไม่รู้เลยว่านั่นคือพิเศษแล้ว 

น้ำตาไหล...มิใช่เพราะความปลาบปลื้ม แต่เป็นความผิดหวัง...

  • สำหรับเราไม่ได้ผิดหวังเท่าไหรนักกับการที่DLCไม่ได้เชื่อมต่อกับภาคหลัก เพราะคิดไว้อยู่แล้วว่าคงเป็นแบบนี้ ดูจากฝีมือคนเขียนบทของภาคนี้ที่ด้อยกว่าภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด แค่เรื่องหลักยังน่าเบื่อและน่าสับสน ให้ผูกเรื่องของDLCเข้าไปอีกนี่ท่าจะลำบาก ทำเนื้อหาแยกกันไปก็ถือว่าเพลย์เซฟ แต่จุดที่เรารู้สึกว่าน่าผิดหวังคือการขาดNPCที่มีเสน่ห์ ทั้งสามDLCมีNPCให้พูดคุยได้ด้วยแค่ตัวเดียว แม้จะเป็นตัวที่เราชอบ ก็ยังมีเนื้อหาและบทพูดน้อยนิดเกินไปอยู่ดี
  • การฟาร์มของ อันนี้เจาะจงไปที่ตอนสุดท้ายโดยเฉพาะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะต้องการถ่วงเวลาให้คนยังเล่นกันไปอีกนานๆรึไง แต่การบังคับให้ฟาร์มของอย่างนึงซึ่งมีวิธีฟาร์มได้แค่วิธีเดียว ต่างกับฮิวแมนนิตี้ที่หาจุดฟาร์มจากทางเลือกที่หลากหลาย ก็ไร้ความคิดสร้างสรรค์ และไม่ใช่วิถีของซีรีย์นี้เลย -_-" ใครที่อยากจะเก็บของดีๆให้ครบ ก็เตรียมตัวฟาร์มจนตาแหกได้ (แหกเพราะฉากมันสีแดงจ้าเจิดจรัสมากมาย)

จิปาถะ บอกไว้เป็นข้อมูลเฉยๆ

  • ความยาวของDLC รู้สึกว่า ไม่สั้นไม่ยาว  สำหรับการเล่นรอบแรก เฉลี่ยแล้วใช้เวลาตอนละประมาณ3-4ชั่วโมงค่ะ(รวมเวลาหลงทางและเด๊ดสะมอเร่แล้ว) ถ้าจะค้นของให้ละเอียดยิบ สำรวจซอกมุมสุดๆก็เพิ่มไปได้อีกตอนละสองสามชั่วโมง (แต่ทำไมเรารู้สึกว่ามันแพง สงสัยเป็นเพราะงก...)
  • เรียงลำดับความยากทั้งสามตอนคือ  The old iron King  > The ivory King > The sunken King   
  • เรียงลำดับความยาวในการเล่น(รอบแรก)  The old iron King  >  The sunken King  >  The ivory King
  • เรียงลำดับความสนุกจากมุมมองส่วนตัวคือ  The old iron King(อาร์ตไดเรคชั่นสวยงาม ท้าทาย อาวุธ/ชุดเกราะมีคุณภาพ)  >  The sunken King (พัซเซิลเยอะ ลาสบอสอลังการ)  >  The ivory King (อาร์ตไดสวย แต่เนื้อหาน้อยสุด บอสรีไซเคิล)
  • ในสามตอน ชอบ Crown of The old iron king ที่สุดค่ะ

สรุป

เป็นDLCที่มีข้อดีเยอะ แก้ไขปัญหาเดิมไปได้บ้าง แต่ก็ยังเหลือปัญหาเดิมๆบ้างข้อของทีมพัฒนาB เช่น การออกแบบที่ยังมักง่ายในบางจุด การให้สัมภาษณ์/การทำการตลาดที่สร้างความคาดหวังมากเกินไป (อันนี้อาจจะเป็นข้อเสียจากทางฝั่งผู้จัดจำหน่าย)

*บริษัทฟอร์มซอฟต์แบ่งออกเป็นสองทีมหลัก ทีมที่ทำดาร์คโซลสองนี้คือทีมรอง(ทีมB) ไดเรคเตอร์คนเก่าพร้อมลูกทีมชุดเดิม(ทีม A)ที่ทำเดมอนโซลและดาร์คโซลภาค1รับผิดชอบสร้างบลัดบอร์นสำหรับPS4อยู่ 

และมีปัญหาใหม่ผุดขึ้นมาอีก โดยเฉพาะข้อเสียอย่างเรื่องรีไซเคิลก็ถือเป็นเรื่องใหญ่พอควร กับคอนเทนต์ที่ควรจะเป็นคอนเทนต์ใหม่ทั้งหมดและมีราคาเต็มราวเก้าร้อยบาท(เวอร์ชั่นPS3)

เราคิดว่าDLCชุดนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบ/ประทับใจกับDark Souls IIอยู่เป็นทุนเดิม เพราะถ้าตัดเรื่องราคาทิ้งไป ก็ถือว่าโดยรวมแล้วทำได้ดีกว่าตัวเกมหลัก

แต่ถ้าเป็นคนที่...

-ไม่ประทับกับตัวเกมหลักมากนัก

-คาดหวังว่าDLCชุดนี้จะมีคุณภาพดีเยี่ยมฝุดๆ

-คาดหวังว่าDLCจะประณีตแบบ Artorias of the Abyss

รอมันลดราคา หรือปล่อยผ่านไปเถอะจ้ะ Foot in mouth ไม่ได้เล่นก็ไม่น่าเสียดาย 

ปิดท้ายด้วยเฮีย Alonne ฉากสวยเว่อร์

----------------------------------------------------------------

ป.ล. ใครจะคอมเมนท์ ถ้ากล่องคอมเมนท์ไม่ขึ้นให้รีเฟรชทีนึงก่อนจ้ะ :v ไม่รู้มันเป็นอะไรเหมือนกัน


ป.ล.2 
 ไม่รู้ว่าจะมีDLCชุดใหม่ของดาร์คโซล2ออกมาเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า ส่วนตัวคิดว่าไม่มี และยิ่งไม่แน่ใจว่าจะมีภาคสามต่อไหม เพราะกระแสของซีรีย์ตกลงไปเยอะหลังจากวางจำหน่ายภาค2 และโดยรวมDLCชุดนี้ก็ไม่ได้ช่วยฟื้นฟูกระแสเท่าไหร่นัก   ทำให้นี่อาจจะเป็นเนื้อหาสุดท้ายของโซลซีรีย์ก่อนจะพักยาวไปเลยก็เป็นได้ เพราะนับตั้งแต่เดมอนโซลก็ผ่านมาราว5ปี สามไตเติ้ลใน5ปีอาจจะมากไปสำหรับเกมแนวเดิมๆที่มีฐานแฟนๆแค่นี้  ไม่เหมือนพวกเกมFPSที่ออกมาขายใหม่ได้ทุกปีโดยยอดขายยังกำไรเยอะอยู่


ป.ล.3 สงสัยเลยไปค้นดู พบว่ายอดขายภาค2ต่ำกว่าภาค1ร่วมเท่าตัว ห่างกันเป็นล้านแผ่น... ยอดขายสวนทางกับคะแนนรีวิว(ที่อวยเว่อร์)อย่างแรง.... กลายเป็นว่าพอทำการตลาดแบบเกมAAA ตัดต่อเทรลเลอร์ให้เฟี้ยวฟ้าว ไฮป์คะแนนรีวิวทุกสำนัก โฆษณาให้คนรู้จักเยอะๆว่ามันยากโหดฮาร์ดคอร์....แล้วดันขายได้น้อยลงฮวบๆ orz....

ต้องมีมงกุฏของเวนดริคด้วยค่ะ ทั้งหมด4อัน

#3 By TAEPOPPURI~ on 2014-10-19 21:45

มงกุฎDLC ทั้งสามอันถ้าได้มาครบแล้วให้ Vendrick ใน Memmory of King เขาจะให้มงกุฎที่ทำให้เราไม่มีวันเป็นUndeadต่อไป แต่ต้องใส่มงกุฎตลอดครับ

#2 By Trin (125.27.61.144|125.27.61.144) on 2014-10-18 19:50

confused smile

#1 By (-) (118.172.0.161|118.172.0.161) on 2014-10-11 23:22

TAEPOPPURI~ View my profile