The Lost Crowns-อันเดดที่ถูกเลือกกับมงกุฏที่หายไป(ชื่อตอนยังกะเพอร์ซีแจคสัน)
 
*ต่อไปนี้จะใช้คำว่า DLC ย่อมาจาก Downloadable content 
 
ซีรีย์ลอสต์คราวน์ คือเนื้อหาเสริมของ Dark Souls 2 ที่รวบรวมดันเจี้ยนใหม่เอาไว้สามดันเจี้ยน  ตอนที่ประกาศDLCชุดนี้ออกมา กระแสด้านลบก็เยอะตามคาด เพราะมาหลังเกมออกไม่นาน แถมฉากในDLCก็ล้วนถูกออกแบบเป็นคอนเซปอาร์ตไว้ตั้งนานแล้ว มีภาพออกแบบไว้ครบทั้งสามตอนเลย... หาดูได้จากอาร์ตเวิร์คที่หลุดออกมาสมัยเกมยังไม่ออก(search ว่า DSII leak concept art)
 
หลายๆคนจึงเชื่อว่าเป็นการทำไว้ก่อน(หรืออย่างน้อยก็วางแผนไว้ก่อนเลย) แล้วมาตัดแบ่งขายทีหลังเพื่อเอาตังเพิ่ม ไม่เหมือนภาคแรกที่มาทำตอนของอาโตเรียสเสริมทีหลังจริงๆเพราะแฟนๆเรียกร้อง
 
โดยDLCซีรีย์นี้ก็ปล่อยขายเดือนละตอน เรียงตามลำดับที่ออกคือ
 
Crown of The sunken King - อดีตเมืองศักดิ์สิทธิ์ 'ซัลวา'
Crown of The old iron King - 'บรูม' หอคอยแห่งเพลิง
Crown of The ivory King  - เมืองเยือกแข็ง 'เอเลียมลอยซ์'
 
เนื้อหาของDLCทั้งสามไม่ได้เชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องหลักแบบชัดเจน สามารถเล่นสลับลำดับได้ตามใจชอบ ไม่ต้องเรียงตามลำดับที่ออก ไม่ต้องจบเกมมาก่อนก็เล่นได้(แต่ต้องไปถึงบอสบางตัวก่อน อาทิ เดอะรอทเท่น,โอลด์ไอรอนคิง)
 
เราเพิ่งจะเล่นจบครบทั้งสามตอนเมื่อสองสามวันแล้วก็ใช้เวลาอีกนิดหน่อยในการเก็บของให้มันครบๆ ก็จะจำแนกแจกแจงความประทับใจ/ความหงุดหงิดดังนี้
อนึ่ง แม้จะเป็นประเด็นเดียวกันแต่บางครั้งก็จะมีทั้งมุมที่ดีและไม่ดี(เช่น เรื่องกราฟฟิก ภาพสวยแต่เฟรมเรตกาก เป็นต้น) ก็ขอเขียนส่วนที่ดีก่อนส่วนเสียตามลำดับ 
อสอง รีวิวนี้สปอยล์เนื้อหาตัวเกมหลัก แต่ไม่สปอยล์เนื้อหาในDLCค่ะ
 
ยอดเยี่ยมกิ๊บเก๋ยูเรก้า
  • ข้อเสียที่ยิ่งใหญ่ของดาร์คโซล2ในตัวเกมหลักคือ เลเวลดีไซน์ หรือการออกแบบฉาก ที่ไร้ความซับซ้อน และความคิดสร้างสรรค์ ด่านทั้งหมดถูกนำมาวางต่อๆกันแบบชุ่ยๆ ด่านที่ไม่ได้มีสภาพภูมิประเทศที่ใกล้เคียงกันเลยก็เอามาต่อกันได้แบบมั่วๆ แต่DLCนั้นแก้ไขปัญหาเหล่านั้นทั้งหมด ทั้งสามDLCมีการออกแบบฉากที่เป็นเอกลักษณ์ ทางลัด ความซับซ้อน การเชื่อมต่อแบบชาญฉลาดของดาร์คโซล1 ปรากฏอยู่ในDLCเหล่านี้อย่างสมบูรณ์ 
  • การใช้ทางลัดก็สามารถพาไปยังจุดต่างๆในฉากได้ในเวลาไม่นาน และยังมีห้องให้สำรวจเยอะแยะ จนสนุกที่จะสำรวจซ้ำแม้จะวิ่งผ่านมาแล้ว  บอนไฟร์ส่วนใหญ่ก็วางได้ระยะห่างกำลังดีไม่เหมือนในตัวเกมหลัก ไม่ใกล้กันจนรู้สึกว่าเกมง่าย และก็ไม่ห่างกันจนชีวิตลำบาก เรียกได้ว่าความเมกเซ้นส์ในการออกแบบที่ควรจะเป็นและเคยทำได้ในภาค1มาก่อนนั้น เปล่งประกายอีกครั้งในDLCทั้งสามตอน

จะได้ตะลุยหอคอยในภาพตั้งแต่ยอดยันชั้นล่างสุด พร้อมกลไกทางลัดที่ไม่ทำให้เสียเวลาเมื่อต้องการย้อนกลับไปยังชั้นต่างๆ

  • อาร์ตไดเรคชั่น หรือ การออกแบบองค์ประกอบศิลป์ ทำได้น่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งสามตอนมีฉากที่เป็นไอคอนนิค ตราตรึงใจ เรียกได้ว่าแค่คิดชื่อก็นึกออก ไม่ว่าจะเป็นถ้ำของซินห์มังกรหลับใหลแห่งซัลวา โซ่ตรวนยักษ์ที่ล่ามหอคอยบรูม หรือฉากการร่วงหล่นจากเอเลียมลอยซ์ไปยังโอลด์เคออส ทำออกมาได้ดีจนต้องปรบมือให้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเข้าใจว่าอาร์ตไดของภาคนี้ต่างกับเดมอนโซลและภาค1เยอะ จะเน้นไปทางแฟนตาซีมากกว่าความดาร์คแบบสมจริง แต่ละฉากล้วนสีสันสดใส ไม่ก็สว่างจ้าฟรุ้ง