"Why does mankind defy its fate?"

FINAL FANTASY XIII-2เป็นเกมลำดับที่สามในเครือFABULA NOVA CRYTALLIS ถัดจากFINAL FANTASY XIII และ FINAL FANTASY TYPE-0 โดยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อต้นปี2011

ตัวเกมหลักๆแล้วพัฒนาโดยทีมงานแผนกที่1เช่นเดิม ทีมงานแทบทั้งหมดเป็นชุดเดิมจากเกมภาคแรก แต่มีบางส่วนของเกมที่ทีมงานจากtri-Aceมาช่วยพัฒนาด้วย(ผลงานเก่าๆ เช่น สตาร์โอเชียน วัลคารีย์โปรไฟล์) โดยจุดประสงค์ในการสร้างเกมนี้ นอกจากเงินแล้ว(แหงสิ)ทีมงานก็อยากจะตอบสนองในสิ่งที่แฟนๆเรียกร้อง โดยเฉพาะในด้านของอิสระในการเล่นที่ขาดหายไปในภาคที่แล้ว

เนื่องจากเป็นภาคต่อของภาคที่ถูกขนานนามว่าสุดยอดแห่งการดราม่าทั้งในจอและนอกจอ(คริคริ) บวกกับชื่อเสียงของซีรีย์ที่เริ่มสั่นคลอนในช่วงหลัง แถมยังเป็นภาคที่มีชื่อว่า -2 ที่คนก็จะไม่ปลื้มกันอยู่แล้ว(จากอิทธิพลของX-2ที่ดีไซน์แลดูหางเครื่องสก๊อยเกิร์ล) ทำให้เกมนี้ตกอยู่ในสภาวะที่ต้องพิสูจน์ตนเองไม่ใช่น้อย เรียกว่าแค่ยังไม่ออกก็มีคนรอสับอยู่แล้ว สุดท้ายแล้วเกมนี้จะออกมาเจ๋งหรือเจ๊งก็มาดูกัน!

STORY

แนะนำให้ดูฉากเปิด... อลังการ...สวยงาม... และเว่อร์ยิ่งกว่าดราก้อนบอลแซด

'วัลฮาลล่า' ดินแดนแห่งจุดสิ้นสุดของกาลเวลา เทพธิดาผู้มอบเลือดเนื้อวิญญาณและจิตใจแก่มนุษย์หลับไหลอยู่ ณ ที่นี้ วัลฮาลล่าไม่ได้อยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของดาวดวงไหนๆในจักรวาล หากแต่เป็นอีกมิติที่คนเรียกกันว่าโลกที่มองไม่เห็นหรือดินแดนหลังความตาย

หากประตูแห่งวัลฮาลล่าถูกเปิดออกเมื่อใด สมดุลของโลกกับโลกหลังความตายก็จะพังทลาย ไร้การเกิดไร้การตาย จมอยู่ในขุมนรกอันเป็นนิรันดร์

เปิดฉากในปีAF003(AFย่อมาจากAfterFallคือหลังการร่วงหล่นของโคคูนในตอนจบภาคแรกมานานสามปี) ในโลกที่ทุกคนคิดว่า ไลท์นิ่ง แฟงก์ และวานิล ช่วยกันเสียสละโอบอุ้มโคคูนเอาไว้ เซร่าห์เป็นเพียงคนเดียวที่จำประวัติศาสตร์ที่แท้จริงได้ว่าพี่สาวของเธอไม่ได้ตาย

ตัวเอกจากภาคที่แล้วผู้มีภารกิจใหม่คือการปกป้องวิหารแห่งเอโตรในวัลฮาลล่า

แต่คนอื่นกลับบอกว่าเธอเพี้ยนไปเพราะต้องการหนีความจริง แม้จะจำรอยยิ้มของพี่สาวได้อย่างแม่นยำแต่ไลท์นิ่งก็ไม่เคยกลับมา สโนว(ว่าที่สามี)ก็หายสาปสูญ ในขณะที่เซร่าห์เริ่มจะถอดใจและยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ 'โนล' ก็ปรากฏตัวขึ้น โนลเป็นมนุษย์คนสุดท้ายจากอนาคตใน700ปีข้างหน้าที่โลกกำลังล่มสลาย

โนลกระเสือกกระสนหาวิธีย้อนเวลามาแก้ไขเหตุการณ์ เพื่อที่อนาคตที่โหดร้ายแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้น เขาบอกว่าที่ไลท์นิ่งหายไปเป็นเพราะการเกิดพาราดอกซ์ ทำให้ห้วงเวลาบิดเบียน ประวัติศาสตร์จึงเปลี่ยนไปจากประวัติศาสตร์ที่ควรจะเป็น

(พาราดอกซ์คือการเกิดเหตุการณ์ที่ขัดแย้งในตัวเอง ยกตัวอย่างมั่วๆ เช่น นายaย้อนเวลาไปเชือดปู่ของตัวเองสมัยปู่ยังเป็นเบบี๋...ก็จะเกิดความขัดแย้งว่าถ้าไม่มีปู่ก็จะไม่มีพ่อและไม่มีนายaที่จะไปฆ่าปู่ เอ๊า งงมั้ย นั่นแหล่ะพาราดอกซ์)

หนุ่มน้อยให้ข้อเสนอแก่เซร่าห์ เขาจะพาเธอไปหาพี่สาว และหากระหว่างการเดินทาง ทั้งสองสามารถแก้ไขพาราดอกซ์ได้ ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงก็จะกลับคืนมา ทุกคนก็จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

ระหว่างการเดินทาง ทั้งคู่ได้พบกับ 'ยูล' เด็กสาวนักพยากรณ์ผู้ครอบครองดวงตาแห่งเอโตร นำมาซึ่งพลังในการมองเห็นอนาคต แต่พลังนี้แลกมาซึ่งอายุขัยที่แสนสั้นพร้อมการเวียนว่ายตายเกิดด้วยชะตากรรมแบบเดิมนับครั้งไม่ถ้วน และยังได้พบกับ 'ไคอัส' ผู้ปกป้องนักพยากรณ์ ครอบครองหัวใจแห่งเอโตร มีชีวิตอมตะเพื่อคอยคุ้มครองยูลคนแล้วคนเล่า

เมื่อจุดประสงค์ของไคอัสนั้นคือการบิดเบือนห้วงเวลาเพื่อเปิดประตูแห่งวัลฮาลล่า เซร่าห์และโนลจะยับยั้งได้หรือไม่ เซร่าห์จะได้เจอโอเน่จังหรือเปล่า จะช่วยแฟงก์กับวานิลได้มั้ย แล้วโลกอนาคตของโนลจะเป็นอย่างไร เชิญค้นหาคำตอบได้ในการผจญภัยท่องเวลาของสองคู่หูและหนึ่งม็อกกุริใน FINAL FANTASY XIII-2

ภาคที่แล้วพี่หาทางช่วยน้อง ภาคนี้น้องหาทางช่วยพี่ ดีที่มีแค่สองพี่น้อง...

เนื้อเรื่องของภาคนี้เน้นบทเด่นอยู่ที่ตัวละครเพียงสองตัว ลดสเกลลงมาจากภาคที่แล้วที่ต้องแบ่งบทให้คน6คน สารภาพว่าก่อนเล่นนั้นค่อนข้างมีอคติกับเซร่าห์และโนลเล็กน้อย เนื่องจากอยากเล่นพวกตัวละครหลักจากภาคที่แล้วมากกว่า บวกกับนิสัยที่เห็นผิวเผินของเซร่าห์ในภาค13มันไม่น่าปลื้มเท่าไหร่(บทกระจึ๋งเดียว ออกแนวนางเอกผู้บอบบางรอให้มาช่วย)

ส่วนโนลก็หน้าหล่อเอาใจสาวๆส่วนใหญ่(คนเขียนชอบหนุ่มล่ำ อย่างเธอมันไม่เป๊คอ่ะโนลจ๋า....)แถมยังใส่ชุดเด็กดอย+กางเกงอะลาดิน...เห็นแล้วต้องกุบขมับแบบเปิดเผย ทว่าเมื่อค่อยๆได้รู้จักตัวละครมากขึ้น จนเล่นจบแล้วก็ได้ข้อสรุปว่า สองตัวละครนี้ไม่ได้น่าเบื่อหรือน่ารำคาญใกล้เคียงกับที่คาดไว้เลย เซร่าห์เป็นตัวละครที่ค่อนข้างจะแกร่งด้วยซ้ำ แต่ก็เป็นคนละสไตล์กับไลท์นิ่งนะ (เออ ว่าแต่ทำไมอยู่ๆคุณน้องบู๊เป็น ตีลงักา กระโดดยิงธนูยังกะพี่สาวมาเล่นแสตนอินให้ล่ะเนี่ย...)

ส่วนโนลเองก็ให้อารมณ์แบบพระเอกในภาคเก่าๆ ไม่ได้ฮีโร่จ๋า ไม่ได้เป็นหนุ่มเก๊กเท่หรือเก็บกดมีปัญหา ใครที่เบื่อตัวละครแนวๆนั้นก็คงจะชอบที่ได้ตัวเอกแบบคนธรรมดาๆมาบ้างซะที คาแรกเตอร์ของทั้งคู่น่าติดตามกว่าที่คาดเอาไว้เยอะ ส่วนในด้านของฝั่งตัวร้าย......เล่นจบแล้วอยากจะT___T เพราะเป็นตัวร้ายที่หัวใจหล่อมากกก ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุข... ไม่อยากสปอยล์มากต้องลองเล่นเองค่ะ

อีกหนึ่งความสัมพันธ์ที่น่าประทับใจของซีรีย์

แต่เอาเป็นว่าเป็นหนึ่งในภาคที่ตัวร้ายมีวัตถุประสงค์แปลกออกไป ไม่ได้อยากครองโลก ไม่ได้อยากล้างแค้น ไม่ได้ทำอะไรเพื่อตัวเอง จะเรียกว่าตัวร้ายก็ไม่เต็มปาก

ในด้านของพล็อตนั้นสับสนและชวนปวดหัวมากตามปกติของเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับการย้อนเวลาป่วนมิติทั้งหลายแหล่ ความซับซ้อนที่ไม่จบลงแค่ตัวพล็อตพื้นฐานธรรมดา แต่ยังรวมไปถึงเนื้อหาเบื้องหลักของตำนานที่ใช้ในเกม ทว่าวิธีการเล่าเรื่องของภาคนี้ถือว่าเรียบง่ายกว่าภาคที่แล้วไม่มีการตัดย้อนไปย้อนมาหรือสลับตัวละคร ทั้งยังมีการรีแคปหรือเล่าสรุปซ้ำเป็นระยะๆก็ช่วยให้ติดตามได้ง่ายขึ้น (แต่ถ้าเล่นรวดเดียวจบจะแอบเบื่อว่ามันจะสรุปให้ฟังบ่อยๆทำไม)

พี่สาวคับ ตอนนี้ผมเป็นหนุ่มแล้วคับ จำน้องชายคนนี้ได้ก่อ จำได้บ่ได้ก็บอกมา~

ระบบดาต้าล็อกหรือเอกสารเพิ่มเติมที่ให้อ่านในเกมก็ยังคงมีอยู่ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการปูรายละเอียดให้กับผู้เล่นใหม่ที่ไม่เคยเล่นภาคแรกมาก่อน ฉะนั้นไม่เคยเล่นภาคแรกก็ไม่ต้องกลัวจะงง ส่วนเนื้อเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยก็จะอยู่ในส่วนของ'แฟรกเม้นต์' มันมาในชื่อใหม่....แต่ความจริงมันก็เป็นดาต้าล็อกประเภทหนึ่งนั่นแหล่ะ ฮ่วย!

โดยเราจะได้แฟรกเม้นต์จากการทำไซด์เควส ซึ่งตรงนี้ก็คือว่าปรับปรุงได้ดี เพราะสำนวนภาษาที่เขียนน่าสนใจขึ้น ไม่ใช่เขียนยาวเป็นพรืดยังกะรายงานวิทยานิพนธ์ มีการเล่าผ่านมุมมองของตัวละครตัวอื่นๆ  เช่น แฟรกเม้นต์ส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องของสโนวก็จะเป็นการบันทึกในมุมมองของตัวเขาเอง ทำให้ได้อ่านภาษาฮาๆ ได้รู้เนื้อเรื่องเพิ่มเติมในแบบที่น่าสนใจและคุ้มค่ากับการเสียเวลาที่จะอ่าน              lol

แต่ถ้าใครขี้เกียจอ่านหรือไม่สนใจก็ไม่มีปัญหา เพราะเนื้อหาส่วนนี้เป็นรายละเอียดที่ไม่ส่งผลกับเนื้อเรื่องหลักเท่าไหร่

สรุปแล้ว เนื้อเรื่องของภาคนี้ก็มีจุดน่าติอยู่ที่ความสับสนมึนงงของกลไกการเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ต่างๆ ฉากจบที่ช็อคโลก ช็อคกาแลกซี ช็อคจักรวาล เซมารูช็อคก้าาาา และประเด็นทางเนื้อเรื่องบางส่วนที่ถูกเม้ม ยกยอดไปอธิบายนอกแผ่น... แต่ในด้านของอารมณ์ เหตุผลของตัวละครนั้นเขียนบทออกมาได้ดี มีหลากฉากที่ซึ้งกำกับประทับใจโดยเฉพาะในช่วงท้ายของเกม บิ๊วด์อารมณ์เราได้เหมือนตอนเล่นภาคเก่าๆ

ข้อเสียอีกหน่อยก็คือเนื้อเรื่องสั้นไปนิด ทั้งๆที่คาแรกเตอร์แล้วก็โครงเรื่องน่าสนใจ ควรจะเจาะลึกและก็ทำให้ยาวได้มากกว่านี้อีก ส่วนแฟนๆที่อยากจะได้เจอตัวละครเก่าก็อาจจะผิดหวังเพราะว่าหลายๆตัวบทค่อนข้างน้อยกระจ้อยร่อย ไม่หายคิดถึง ตัวเอกบางคนถูกพูดชื่อถึงบ่อย แต่โผล่มาให้เห็นเป็นตัวเป็นตนนับครั้งได้ซะงั้น

GAMEPLAY

การพัฒนาต่อยอดส่วนที่คนปลื้ม และปรับปรุงส่วนที่คนไม่ปลื้ม ถือเป็นจุดประสงค์หลักในการผลิตภาคต่อออกมา ฉะนั้นการพัฒนาตัวเกมภาคนี้จึงเน้นหนักไปที่ส่วนของเกมเพลย์ โดยสิ่งแรกที่ปรับปรุงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือแผนที่ที่กว้างขึ้น ซับซ้อนขึ้น ใครบ่นไม่ชอบทางตรงก็จัดไปกับทางแยกเยอะแยะตาแป๊ะไก่แถมมีหลายเลเยอร์ ไม่มีอีกแล้วคำว่าลิเนียร์ ไม่มีอีกแล้วอุโมงค์ที่พุ่งไปหาบอส บางคนถึงกับบอกว่ากดเปิดทางดูแผนที่บ่อยกว่ากดเปลี่ยนพาราไดม์ซะอีก

จากอาละดินกลายเป็นทาร์ซาน โหนเถาวัลย์ท่องแมพได้นะค้าบบ 

แล้วก็มีเมือง มีNPCที่คุยด้วยได้จริงๆแล้วนะ โดยจะผสมกันไปทั้งNPCที่คุยด้วยได้ และก็NPCที่ยืนจับกลุ่มเม้าท์มัน ให้เราไปแอบยืนฟัง หรือเวลาเราเดินผ่านใครมันก็จะพูดจาทักทายหรือมีบทสนทนาอื่นๆด้วย ก็อยากให้ภาคหน้าๆเป็นแบบนี้ต่อไป เพราะว่ามันได้บรรยากาศเมืองดี บทพูดก็เยอะไม่ซ้ำซากเท่าไหร่ โดยแมพทุกแมพในภาคนี้ก็เป็นการเขียนใหม่ทั้งหมด(อ้ะ ยกเว้นหมู่บ้านโอลบาฉากเดียว) ไม่ได้เอามาใช้แบบหน้าด้านๆ มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แต่ละฉากก็จะมีช่วงเวลาต่างๆกันไปเช่น ปี010AF 100AF 500AF เป็นต้น

โดยแต่ละช่วงเวลา รายละเอียดของแมพนั้นก็จะไม่เหมือนเดิม ทั้งสภาพอากาศ สิ่งก่อสร้างบางส่วน ศัตรู บรรยากาศ NPC ก็เป็นการเพิ่มจำนวนแมพให้เล่นแบบเนียนๆ โดยเราจะเดินทางข้ามสถานที่ต่างๆเหล่านี้ด้วยระบบ 'ฮิสทอเรียครักซ์' โดยในขณะที่เราเล่นไปก็จะพบกับ'ไทม์เกต'หรือประตูกาลเวลาหลากหลายอัน หากเราสามารถหาไอเทมซึ่งเป็นกุญแจของประตูนั้นได้ ก็จะเป็นการปลดล็อคประตูนั้นๆพาเราไปยังสถานที่ใหม่ๆหรือช่วงเวลาใหม่ๆได้ เมื่อปลดล็อคแล้วครั้งหนึ่ง เราก็จะสามารถเดินทางไปสลับไปมายังเกตต่างๆได้อย่างอิสระ

เมนูฮิสทอเรียครักซ์ หน้าตาดูงง แต่เวลาใช้เข้าใจง่ายดีนะ

และยังมีตัวเลือกให้'รีเวิร์ส'สถานที่นั้นๆให้เหตุการณ์ทุกอย่างกลับไปที่จุดเริ่มต้น เพื่อที่เราจะสามารถย้อนกลับไปเนื้อเรื่องส่วนนั้นๆใหม่ได้เพื่อเก็บรายละเอียด โดยจะมีไอเทมพิเศษหรือฉากพิเศษที่จะได้เมื่อกลับไปเล่นซ้ำ ก็เป็นระบบที่สะดวกดี มีอิสระเต็มที่! ข้อเสียอย่างเดียวก็คือเวลาเลือกเข้าแมพใหม่จะต้องรอโหลดค่อนข้างนาน(แต่สำหรับเรามันก็ไม่ได้นานถึงขั้นรำคาญแฮะ)

ลักษณะบุรุษสุดเถื่อน 1.หัวเหมือนโจโคโบะ 2.ทักทายม็อกน้อยด้วยการจิ้มก้