FINAL FANTASY XIII : Favourite lines

posted on 25 Jul 2010 19:03 by taepoppuri in FinalFantasy
"โคคูน มหานครบนฟากฟ้า
 
สิ่งมีชีวิตในนั้นหลงคิดว่าตนเองอยู่บนสรวงสวรรค์ ภายใต้การดูแลของรัฐบาลสวรรค์ โคคูนนั้นเต็มไปด้วยความสงบสุขและความรุ่งโรจน์ 
 
มนุษยชาติได้รับการอวยพรจากผู้คุ้มครองเหล่านั้น เชื่อมั่นในตัวของฟัลชี่ผู้เมตตา เชื่อมั่นว่าวันอันแสนสงบสุขนี้เป็นสิ่งที่จะดำเนินต่อไปนิจนิรันดร์  
 
แล้ววันอันแสนสงบสุขก็พังทลายลง
 
สิ่งคุกคามจากโลกเบื้องล่าง ฟัลชี่จากพัลส์ที่มนุษย์แสนหวาดกลัวตื่นจากการหลับไหล ความสงบสุขที่ดำเนินมาต้องพบกับจุดจบ 
 
สิ่งนั้นสาปส่งให้มนุษย์กลายเป็นทาส สาปให้กลายเป็นผู้มีอำนาจเวทมนตร์
 
พวกเขากลายเป็นลูชี่ที่ถูกเลือกโดยฟัลชี  ตราสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงภาระอันหนักหน่วง
 
การเติมเต็มภารกิจให้สำเร็จลุล่วง
 
การเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่โหดร้ายยิ่งกว่าความตาย
 
เฝ้าวิงวอนเพื่อการไถ่บาป...
 
ความหวังที่จะปกป้องโลกใบนี้
 
สัญญาที่จะเปลี่ยนโชคชะตา
 
 
หลังจากสิบสามวันแห่งความผันผวนของชะตากรรม
 
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นแล้ว "
 

ข้างบนนั่นเป็นคำเกริ่นของเกมนี้ที่อยู่ตามหลังปกของเวอร์ชั่นต่างๆและเป็นคำโปรยในเวปไซต์หลักด้วย แม้เราจะเบื่อคำว่าฟัลชี่และโคคูนจนอยากจะอ้วกแล้วแต่ก็รู้สึกว่ามันบิ้วด์อารมณ์ดีก็เลยแปลละกัน

นี่จะเป็นพาร์ทแรกของการแปลบทพูดไฟนอลภาคนี้  พาร์ทแรกก็เลยเอาแบบจิ๊บๆก่อน เป็นคำพูดสั้นๆของตัวละครแต่ละตัวค่ะ โดยรวบรวมมาจากกระทู้ในบอร์ดต่างประเทศหลายๆบอร์ด+ประโยคที่เราชอบเอง+ประโยคเด่นๆของแต่ละตัวในแต่ละแชปเตอร์ สรุปก็คือจับฉ่าย อยากยกอันไหนมาก็เอา (อ้าว) ครั้งนี้คงจะเป็นแค่โควตสั้นๆ พาร์ทต่อไปถึงจะเป็นบทสนทนาที่โต้ตอบกันค่ะ
 
Lightning
อาร์ตตัวแม่ เหวี่ยงตัวพ่อ เป็นลีดเดอร์ที่เกรียนพอสมควร แทบทุกคนในปาร์ตี้ต้องถูกทำร้ายร่างกายด้วยน้ำมือหรือฝีปากเธอมาแล้ว ปกติก็เป็นคนโหดอยู่แล้ว พอน้องสาวต้องมาด่วนจากไปชีเลยกลายเป็นก๊อดซิลล่า เห็นทุกอย่างเป็นสีดำ แต่สุดท้ายก็ทลายกำแพงในใจลงได้ และถึงจะเป็นคนขี้
อาละวาด
แบบนั้นเจ๊ก็มีความน่ารักอยู่เยอะ แต่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้.... ต้นจนจบเกมเธอพัฒนาจากคนใจดำไม่เห็นใจคนอื่น พูดจาขวานผ่าซากไปเป็นคนรักพวกพ้อง แสดงด้านอ่อนโยนมากขึ้น! ถือว่าเป็นตัวที่มีการตัดสินใจเด็ดขาด ใจร้อน หัวหน่วยทะลวงฟันประจำกลุ่ม
 
 
'สว่างวาบขึ้นมา แล้วก็จางหายไป  ปกป้องใครไม่ได้ ได้เพียงแต่ทำลายล้าง '
 
"เฮอะ บ้าบอสิ้นดี เป็นวันเกิดที่แย่ที่สุดตั้งแต่มีมาเลย"
พูดกับเซร่าห์ตอนเซร่าห์สารภาพเรื่องเป็นลูชี่ แม้จะเป็นน้องสาวแต่ชีก็ตวาดใส่ได้อย่างมิใยดี...
 
"ใครเป็นพี่สาวแกวะ ไสหัวออกไปจากบ้านชั้นเดี๋ยวนี้เลย!"
ไลท์นิ่งเกลียดที่สโนวโมเมเรียกตัวเองว่าพี่สาวแต่ด่ากลับทุกครั้ง 
 
"ชั้นน่ะเหรอ ชั้นมาหาฟัลชี่ของพัลส์ ได้ยินแล้วยังดีใจที่ตามมาอยู่มั้ยล่ะ?" 
พูดกับซัซส์ตอนต้นแชปเตอร์1 
 
"อ้ำอึ้งอยู่ได้! ก็พูดออกมาเลยสิ! ลูชี่หน้าไหน...หรือใครก็ตามที่อาจจะเป็น! สมควรจะถูกกำจัดทิ้งไปจากโคคูนซะให้หมดใช่มั้ยล่ะ! ...คนอย่างแกเนี่ยแหล่ะ ที่คิดแผนอย่างเพิร์จขึ้นมา" 
ว่าซัซส์ตอนซัซส์พยายามบอกว่าคนที่เป็นลูชี่น่ะ หมดหวังใดๆ ก็เลยไปจี้ใจดำของไลท์นิ่งเรื่องที่น้องสาวเป็นลูชี่ 
 
"ไอ้ตัวบ้านั่นมันพรากเซร่าห์ไป แต่ตอนนี้นายบอกว่าอยากจะช่วยมันงั้นเหรอ! นายอยู่ฝ่ายไหนกันแน่!"
โวยใส่สโนวเรื่องภารกิจ เพราะสโนวพูดว่าอยากจะทำภารกิจให้สำเร็จ   
 
"หึ เชิญนายกราบกรานขอร้องมันต่อไปเถอะ ...ไอ้บ้านี่มันสนใจสิ่งที่มนุษย์อย่างเราต้องการด้วยรึไง!"
พูดกับสโนวแต่จามดาบใส่อนิม่า อารมณ์ตอนนั้นคือสติหลุด  
 
"ภารกิจไม่เกี่ยวอะไรทั้งนั้น จะมีชีวิตอยู่อย่างไรมันเป็นเรื่องของชั้น ชั้นไม่ยอมเป็นเครื่องมือของฟัลชี่หรอก"
พูดกับวานิลที่ไวล์พีคหลังจากวานิลบอกว่าทุกคนควรจะปกป้องโคคูน 
 
"โลกทั้งใบเป็นศัตรูกับเรา แค่ตัวเองยังเอาแทบไม่รอด แล้วทำไมชั้นต้องปกป้องนายด้วย!? อยากจะเก่งขึ้นเหรอ ก็หาทางเอาเองสิ!"
ตะคอกใส่โฮปหลังจากโฮปไม่ยอมให้เธอทิ้งโฮปไว้ พูดไม่ทันจบ โอดินก็โผล่ออกมา ช่วยตัดสินใจว่าอะไรที่ควรจะทำ 
 
"ไม่ใช่เรื่องที่จะมาถามว่าทำได้หรือทำไม่ได้ บางเรื่องในชีวิตเราก็จำเป็นต้องทำโดยไม่สนว่าจะสำเร็จรึเปล่า"
พูดกับโฮปหลังจากเล่าเรื่องที่ตัวเองขึ้นรถไฟมาเองให้ฟัง 
 
"สายฟ้า...มันสว่างวาบขึ้นมา แล้วก็จางหายไป.... ปกป้องใครไม่ได้ ได้เพียงแต่ทำลายล้าง"
พูดกับโฮประหว่างที่อธิบายให้โฮปฟังว่าการโกรธแค้นไม่ช่วยให้อะไรเกิดขึ้นเลย   
 
"ตั้งสมาธิอยู่ที่เป้าหมายเท่านั้น ตัดขาดจากทุกสิ่ง อย่าหวั่นไหว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสัญชาติญาณ"
...บอกโฮปเรื่องอย่าสงสารศัตรู เจ๊เป็นสัตว์ป่าเรอะคะ  
 
"ชี่ฟู้ด...ตลกมากเลย"
พูดกับมุกของซัซส์ตอนเจอมอนสเตอร์ยักษ์ที่แกรนพัลส์ ซัซส์บอกว่ามันคิดว่าทุกคนเป็นชี่ฟู้ดล่ะ(ล้อคำว่าซีฟู้ด)
   
"ผิดแล้ว เราก้าวข้ามแกแล้วต่างหาก 
แกมันน่าสมเพช ไม่เคยเชื่อมั่นในอะไร
แกยอมแพ้เสียตั้งแต่ตอนที่แกยังไม่ได้เกิดเลยด้วยซ้ำ! 
 
เฝ้าแต่สาปแช่ง กัดกร่อนโคคูนจากภายใน รอคอยแต่วันที่จะมีคนมาทำลายแก
แกคิดแต่ว่าจุดจบมีเพียงการทำลายล้าง ต้องการแต่ความตายที่จะมาปลดปล่อยแก งั้นก็ตายไปซะ! แล้วก็ปล่อยพวกเราไว้
 
...เราไม่คิดเหมือนแก เมื่อไหร่ที่เราสิ้นหวัง เราจะหาหนทางจนกว่าจะพบ  
อาจจะสายเกินไปแล้วที่จะช่วยโคคูน แต่ยังไง...ที่นี่ก็เป็นบ้านของเรา! เราจะปกป้องมันไว้ หรือไม่ก็ยอมตายขอเพียงแค่ได้พยายาม!
มนุษย์มีชีวิตอยู่ก็เพื่อทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ นั่นแหล่ะ คือหน้าที่ของพวกเรา!"
ประโยคสุดเจ๋งที่ชนะโหวตทุกสถาบัน เป็นประโยคที่เจ๊พูดพร้อมชี้ดาบใส่หน้าออฟานก่อนเริ่มสู้กับออฟานร่างสุดท้ายหลังจากที่ทุกคนเคลียร์ความสับสนของตัวเองได้ และตัดสินใจว่าจะทำสิ่งที่ถูกต้อง บทพูดในคัทซีนช่วงท้ายนั้นเจ๋งทุกอันแต่อันนี้กับอีกอันของออฟานชนะใจกรรมการไทยและเทศไปเรียบร้อย  
 
"ยินดีด้วยค่ะ"
พูดกับสโนวและเซร่าห์ในฉากจบ ในที่สุด พี่สาวสุดเหี้ยมก็ยอมยกน้องสาวให้น้องเขยซื่อบื้อแต่จริงใจซะที ยินดีด้วยนะ  
 
Snow Villiers 
บักถึก ร่างยักษ์ หน้าตาไม่น่าไว้ใจ หลงแฟนตัวเองที่สุดในสามโลกจนคนอื่นรำคาญ บางคนถึงขั้นรังเกียจ... แหกปากว่าฮีโร่ปกป้องโคคู๊นบ่อยจนคนเล่นเผินๆจะจำได้ว่ามันพูดแค่นั้นทั้งเกม แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นตัวละครที่นิสัยดีที่สุดในตอนเริ่ม ถึงจะไม่มีฝีมือไม่มีปัญญา แต่ก็มีเจตนาที่ดี มีความจริงใจไม่ขี้ฮก แล้วยังเป็นคนดีรับระบายอารมณ์เครียดจากคนอื่นซะด้วย พัฒนาจากคนหลักลอยขี้โม้มาเป็นคนที่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ในที่สุด  
 
 
'น้ำตานี้จะเป็นหยดสุดท้ายของเธอ ผมสัญญา '
 
"ภารกิจของเธอคืออะไรเหรอ ลูชี่ทุกคนมีภารกิจใช่มั้ยล่ะ? ชั้นจะไปกับเธอ ชั้นจะช่วยเธอทำมันเองนะ ให้ชั้นทำเถอะ!"
พูดกับเซร่าห์ตอนตามไปง้อขอช่วยเซร่าห์ รักจริงอะไรจริง สโนวน่ารักมาก   
 
"ฮีโร่มาแล้ว!"
พูดทั้งเรื่อง... 
 
"ฮีโร่ไม่มีวันตายหรอกน่า!"
พูดกับวานิลตอนที่วานิลคิดว่าทุกคนกลายเป็นซีตไปแล้ว 
 
"กองทัพก็สู้โนร่าไม่ได้!"
พูดทั้งเรื่อง... 
 
"ฮีโร่น่ะ ไม่ต้องการแผนหรอก!"
พูดกับแฟงก์ตอนที่กำลังจะไปช่วยไลท์นิ่งแล้วแฟงก์ถามว่ามีแผนมั้ย 
 
"ชั้นจะอยู่เคียงข้างเธอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะอยู่กับเธอตลอดไป"
สัญญากับเซร่าห์ที่โบดัม 
 
"ได้เวลาชำระแค้นไอ้ท่านผู้นำแล้ว!"
 พูดกับทุกคนตอนขี่มังกรจะไปถล่มไดส์ลี่ย์ที่ยานพาลาเมเซีย
 
"ชั้นอาจจะต้องกลายเป็นซีต แต่จนถึงวินาทีสุดท้าย ชั้นก็จะทำให้เซร่าห์ภูมิใจ"
 หลังจากตัดสินใจเด็ดขาดได้ที่ฟิฟธ์อาร์ก สโนวก็คิดว่าถึงแม้ว่าสิ่งที่เคยเชื่อมา เชื่อว่าภารกิจคือปกป้องโคคูนมันจะเป็นความเข้าใจผิด แต่ยังไงภารกิจก็ไม่สำคัญ ถึงต้องตายแต่ก็ขอให้คนที่รักได้ภูมิใจในสิ่งที่จะทำดีกว่า
 
"น้ำตานี้จะเป็นหยดสุดท้ายของเธอ ผมสัญญา"
พูดกับไลท์นิ่งที่แกรนพัลส์ เป็นอีกหนึ่งฉากที่ประทับใจที่สุดในเกม
 
"พี่สาว จบเรื่องนี้แล้ว....เราไปรับเธอกลับบ้านกันเถอะ"
พูดกับไลท์นิ่งที่แกรนพัลส์เช่นกัน 
 
"ผมสัญญา ผมจะทำให้เธอมีความสุขให้ได้"   
 ตอนจบ เมื่อทุกคนกลับมาพร้อมหน้ากัน เฮียแกก็เริ่มวางแผนงานแต่งทันที กระนั้นก็ยังหวั่นๆว่าเจ๊ยกน้องสาวให้รึยังเลยต้องแย๊ปๆ+ป้อคำหวานดูก่อน
 
Oerba Dia Vanille
โชคร้ายที่เกิดมาเป็นสาวน้อยทั่วไปแต่ต้องเป็นลูชี่แบกรับชะตากรรมโหดร้าย วานิล(หรือวานิลาในภาคญี่ปุ่น)เป็นคนที่ต้องแอ๊บแบ้วเพื่อปกปิดสถานภาพของตัวเองอยู่ตลอดเวลา เธอเป็นคนมีจิตใจดีแต่ความโชคไม่ดีทำให้เธอบังเอิญลากคนอื่นเข้ามาพัวพันซ้ำแล้วซ้ำอีก เมื่อไร้ความสามารถที่จะแก้ไขได้เธอจึงทำได้เพียงโกหกตัวเองไปเรื่อยๆ พัฒนาจากคนหนีความจริงมาเป็นคนที่เข้าใจว่าผลลัพธ์นั้นไม่สำคัญ ถ้ากลัวแต่ว่าทำแล้วจะไม่สำเร็จแล้วเมื่อไหร่จะได้เริ่มก้าวเดินกัน? ที่สำคัญคือการเริ่มต้นและพยายามอย่างสุดความสามารถด้วยตัวเองต่างหาก สุดท้ายเธอก็เป็นคนที่เสียสละเพื่อให้คนอืนได้เริ่มต้นใหม่ ถ้าได้พบกันอีกครั้งก็คงจะดีนะ
 
'ถ้าชั้นตาย แล้วเรื่องทุกอย่างจะจบมั้ยนะ'
 
"ชั้นชื่อโอลบ้า ไดอา วานิล ชั้นเป็นลูชี่จากแกรนพัลส์ และเป็น'ปีศาจ'...สำหรับทุกคนบนโคคูน"
พูดกับซัซส์ก่อนจะบอกให้ซัซส์ยิงเธอซะ 
 
"ถ้าชั้นตาย แล้วเรื่องทุกอย่างจะจบมั้ยนะ"
พูดกับตัวเองหลังจากเห็นละครพอมป้าแซงค์ต้าที่นอวติลุส ในฉากจบของละคร ฟัลชี่ของพัลส์ถูกทำลายและคนดูทั้งหมดก็ดีใจกับตอนจบแบบนั้น...วานิลจึงคิดว่าถ้าเรื่องนี้จบแบบในละครที่คนดูชอบกันแล้ว ทุกคนจะพอใจมั้ยนะ  
 
"เพราะอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่อาจจะรู้ล่วงหน้าได้ เราจึงหวาดกลัว แต่เมื่อเราได้รู้ถึงชะตากรรมที่จะเกิดขึ้น มันกลับเจ็บปวดเสียจนไม่อยากจะรับรู้ สิ่งที่ชั้นจะทำได้ ก็คือหลับตาลง และจมอยู่กับความทรงจำที่มีความสุข"
วานิลเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดในเรื่อง อยากตายแต่ก็ไม่ช่วยอะไร อยู่ไปก็ทำคนอื่นเดือดร้อน มองไปทางไหนก็ไร้ทางออก เหลือเพียงแต่การหนีความจริงไปเรื่อยๆ
 
"แล้วจะให้ชั้นทำยังไงล่ะ!? อยู่ก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ได้! อยากจะให้ชั้นทำอะไรล่ะ!"
พูดกับซัซส์ในช่วงดราม่าสุดๆที่นอวติลุส ซัซส์บอกว่าตายแล้วมันจะจบเหรอไง แต่พอวานิลถามว่าจะให้เธอทำยังไงซัซส์กลับบอกว่าไปคิดเองสิ    
 
"ยินดีที่จะต้อนรับเมื่อเธอกลับมา ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน สถานที่นั้น...ที่เรียกว่าบ้าน"
พูดตอนที่ถึงบ้านโฮป (ในเนื้อเรื่องจริงๆแล้ววานิลไม่ได้ไปด้วย แต่ตลอดทั้งเกม ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ไหน จะมีเสียงวานิลบรรยายตลอด) 
 
"เวลาที่เราอยู่กับบ้านและครอบครัว เราไม่เคยที่จะดูแลกันและกันอย่างที่ควรจะเป็น ไม่เคยมีใครหยุดคิดว่ามันอาจจะเป็นครั้งสุดท้าย...ที่เราได้อยู่ด้วยกัน"
ที่บ้านโฮปเหมือนกัน ใครที่เห็นประโยคนี้แล้วก็รักครอบครัวให้มากๆนะคะ  
 
"ความประทับใจแรกพบของฉันที่มีต่อสโนว ฮะฮะ คนขี้โม้!"
น่าสังเกตว่า วานิลพูดถึงเพื่อนใหม่ในปาร์ตี้ทุกคนถ้าไม่พูดถึงในตอนที่เจอกันครั้งแรก ก็พูดถึงตอนที่เธอเข้าใจจิตใจของเพื่อนคนนั้น อันนี้วานิลพูดถึงสโนวตอนที่เจอกันครั้งแรกในแชปเตอร์1  
 
"เธอบอกว่าเธอชอบรอยยิ้มของฉัน ใช่มั้ย?"
พูดถึงโฮปตอนเจอกันครั้งแรกเช่นกัน 
 
"เมื่อความกลัวเข้าครอบงำ มันแยกพวกเราออกจากกัน ไลท์นิ่งกำลังเจ็บปวดทรมาน ต้องการความช่วยเหลือจากพวกเรา แต่ไม่มีใครเข้าใจเธอเลย"
พูดถึงไลท์นิ่งตอนที่ทุกคนกำลังสิ้นหวังที่ไวล์พีค ไลท์นิ่งแยกออกไปคนเดียวเพื่อไปอาละวาดที่เอเดน ทุกคนคิดว่าไลท์นิ่งกลายเป็นทาสฟัลชี่ไปแล้ว แต่วานิลาเข้าใจว่าเธอทำไปเพราะสิ้นหวัง หาทางออกไม่เจอ ทุกคนกำลังสิ้นหวังและมืดแปดด้าน  
 
"คนดีอย่างเขา คุณจะไม่มีวันลืมเลือนได้เลย"
พูดถึงซัซส์ตอนที่ซัซส์ตัดสินใจอภัยให้วานิล ทั้งๆที่เธอเป็นคนทำให้ลูกเขาต้องจากเค้าไปตลอดกาลแต่ซัซส์ก็ยังอภัยให้เพราะเหตุผลที่ว่าวานิลไม่ได้เลือกที่จะทำให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น   
 
"ความหวังนั้นเป็นจริงได้ ...แต่ไม่ใช่ตอนที่เธอแค่รอคอยให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ปาฏิหาริย์ต้องทำขึ้นด้วยความพยายามของเราเอง ณ ที่นี่ เวลานี้"
คำพูดในฉากจบ ท่อนนี้เล่นเอาซึ้งเลยทีเดียว เพลงประกอบ+ภาพประกอบ+คำพูดตอนนั้นมันบิ้วด์ได้ดีสุดๆจริง ถ้าเข้าใจเหตุผลของเนื้อเรื่องแล้วล่ะก็ต้องซึ้งแน่นอน
 
Hope Estheim
เด็กจอมขี้ขลาดในตอนเริ่มต้น นอกจากจะโชคร้ายเห็นแม่ตายไปต่อหน้าต่อตาแล้ว ยังไม่มีผู้ใหญ่ที่มีสติมาคอยสนใจดูแล ทำให้เข้าใจผิดหาคนโทษไปซะอย่างนั้น เมื่อต้องไปตกอยู่ในดงขยะกับอาเจ๊(ที่ยังไม่ค่อยมีสติ)ยิ่งเตลิดเปิดเปิงถึงขั้นฝึกฝีมือเพื่อจะไปแก้แค้น เมื่อมาตอนหลังเจ๊จะห้ามก็ไม่ฟังซะแล้ว เป็นเคราะห์ดีที่เหยื่อคนนั้นคือสโนว ถ้าไม่ได้บักถึกที่จริงใจขอโทษแล้วโฮปอาจจะกลายเป็นฆาตกรมีดสั้นไปแล้วก็ได้ จากประสบการณ์และความตั้งใจที่จะเข้มแข็งขึ้น แข็งแกร่งขึ้น ก็พัฒนาจากเด็กขี้โทษงอแงไปเป็นหนุ่มที่เริ่มพึ่งพาได้และปากดีเหมือนสโนว(จะดีรึ?) 
 
'บางครั้ง...เราก็ต้องโกหกเพื่อที่จะปกป้องคนที่เรารัก'
 
"ความหวังเหรอฮะ ของแบบนั้นไม่มีอยู่หรอก...สำหรับลูชี่"
พูดกับไลท์นิ่งที่พาลัมโพลัม หลังจากไลท์นิ่งบอกว่าถึงจะไม่รู้ว่ามันจะจบยังไงแต่เราก็ต้องสู้ ต้องมีความหวัง เราต้องสู้ต่อไป 
 
"ผมไม่รู้จักพวกคุณด้วยซ้ำ! แล้วทำไมถึงต้องไปโจมตีมันด้วย!? ปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวเถอะ!"
โวยวายแบบสติหลุดหลังจากโดนสาปเป็นลูชี่...มันในที่นี้คืออนิม่า  
 
"คุณทิ้งผมไว้ที่นี่ไม่ได้นะ! คุณบอกว่าจะพาผมไปด้วยนี่นา!"
โวยวายหลังจากไลท์นิ่งทำท่าจะทิ้งไว้ที่ไวล์พีค แล้วก็โดนด่ากลับมาเรียบร้อย
 
"ถ้าการกระทำของนายทำให้คนอื่นต้องมาพัวพันไปด้วย? ถ้าการกระทำของนายมันทำลายชีวิตของคนอื่นล่ะ? ถ้าต้องมีคนตายไปเพราะนายล่ะ? แล้วจะทำยังไง? สโนว นายสามารถชดใช้อะไรได้บ้างล่ะ! "
เรียกร้องหรือกำลังโทษสโนวอยู่ เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ โฮปกำลังคอมโบใส่สโนวว่าเป็นความผิดของสโนวที่ทำให้แม่เค้าตาย
 
"ผมก็เหมือนกัน ถ้าทำได้ ผมก็อยากปกป้องไลท์ซังเหมือนกันนะ"
หลังจากไลท์นิ่งเข้ามากอด...และบอกว่าชั้นจะปกป้องเธอเอง โฮปก็เริ่มมีความตั้งใจ เกิดเป็นลูกผู้ชายทั้งทีจะมัวหลบอยู่ข้างหลังมินิสเกิร์ตได้ไงกันล่ะ
 
"ผมกลัวที่มันจะเป็นแบบนั้น...ผม... ผมไม่อยาก....ผมไม่อยากเห็นคุณต้องมาเจ็บตัวเพราะผมเลย!"
พูดกับไลท์นิ่งที่แกรนพัลส์ หลังจากบอกให้ทุกคนล่วงหน้าไปก่อนเพราะไม่อยากเป็นตัวถ่วง 
 
"ไอ้โค้ดสีพวกนี่มันอะไรกันครับ?...-_-"
พูดกับทุกคนตอนอยู่บนยานพาลามีเซีย หลังจากโค้ดบนยานมันเปลี่ยนสีไปเป็นสิบรอบ  
 
"ตอนนี้ ที่พวกเราทำได้ ก็คือเชื่อมั่นในตัวเอง"
พูดกับทุกคนตอนอยู่ที่ฟิฟธ์อาร์ค คำพูดช่วงนั้นของบักโฮปฟังดูเป็นผู้นำมาก หรือแค่เริ่มพูดมากเหมือนสโนวก็ไม่รู้  
 
"บางครั้ง...เราก็ต้องโกหกเพื่อที่จะปกป้องคนที่เรารัก บางครั้งเราก็ต้องโกหกเพื่อไม่ให้คนอื่นต้องเจ็บปวด บางครั้ง...ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเคยเชื่อ มันอาจจะกลายเป็นเรื่องโกหก แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่พูดน่ะไม่สำคัญหรอก...แต่สิ่งที่เราทำหลังจากนั้นต่างหากล่ะ ถ้าเราพยายามมากพอ สักวันมันอาจจะเป็นจริงก็ได้" 
พูดกับวานิลที่แกรนพัลส์ คัทซีนนี้เป็นฉากพิเศษ ถ้าไม่ได้เดินไปยังสถานที่ที่ถูกก็จะไม่เกิดขึ้น (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะอยู่แถวๆหินรับมิชชั่นที่4) ชอบบทพูดนี้ของโฮปมากที่สุดในเรื่อง ลมปากจะพูดอะไรก็ได้ แต่เจตนาและการกระทำต่างหากที่สำคัญ  
 
"ถ้าเรามีพลังที่จะทำลายโคคูนได้... เราก็มีพลังที่จะปกป้องมันเหมือนกัน! แกบอกว่าแกเฝ้าวันที่จะปลดปล่อยใช่มั้ย นี่ไงล่ะ! พวกเรากำลังจะมอบให้แกเอง!  "
พูดกับออฟานร่างสุดท้าย ยิ่งฉากหลังๆ บักโฮปยิ่งปากดีขึ้นนะคะเนี่ย...  
 
Oerba Yun Fang
สาวทอมบอยผู้มีซิกส์แพค(...) ด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยซีเรียสทำอะไรถึงไหนถึงกันทำให้เป็นตัวปล่อยมุกประจำกลุ่ม และด้วยสเตตัสสุดเมพทำให้ถึงจะไม่ค่อยได้ชี้ทางให้ปาร์ตี้หรือตัดสินใจอะไรแต่ก็เป็นตัวละครที่ขาดไม่ได้ ส่วนที่สำคัญของแฟงก์คือเธอเกิดมาเพื่อฆ่าเต่าด้วยท่าไฮวินด์(ไม่ใช่แล้ว) เธอเป็นคนที่มีความคิดต่อโคคูนในแง่ลบมากที่สุดต่างหาก ช่วงแรกจนถึงเกือบท้ายเกมเธอคิดว่าเพื่อนพ้องของเธอสำคัญกว่าประโยชน์สุขของมนุษชาติ แต่ด้วยกำลังใจจากเพื่อนๆสุดท้ายแล้วเธอก็หักปลายหอกเข้าหาออฟานได้ในที่สุด  พัฒนาจากคนที่ห่วงแต่วานิลและโกรธเกลียดโคคูนเป็นคนที่รักพวกพ้อง หมดความชิงชัง และยอมเสียสละให้ทุกคน 
 
'โคคูนจะเป็นยังไงก็ช่างหัวมันสิ มันเกลียดที่ชั้นเป็นลูชี่
แล้วมันจะเดือดร้อนชั้นตรงไหนถ้าพวกมันต้องตายไปซะให้หมด'
 
"ไม่ต้องกลัว ชั้นจะหาเธอให้เจอ ไม่ว่าเธอจะไปอยู่ที่ไหน"
พูดกับวานิลตอนที่ต้องแยกทางกันหนีทหารที่โรงงานเอวรี้ด  
 
"ถ้านายอยากจะหายใจต่อไปล่ะก็ ช่วยหุบปากแล้วก็เงียบๆได้แล้ว"
พูดกับสโนวตอนเจอกันครั้งแรก 
 
"ชั้นมีเหตุผลยุ่งวุ่นวายนิดหน่อย..แต่ก็เอาเหอะ ชั้นเป็นลูชี่ เหมือนกับเธอน่ะแหล่ะ"
พูดกับไลท์นิ่ง หลังจากไลท์นิ่งถามว่าเธอเป็นไผ? 
 
"ชั้นกับเธอไม่ต่างกันเลย เธอถูกบอกว่าอสูรกายจากโลกเบื้องล่างพร้อมจะบุกทำลายโคคูนทุกเวลา ส่วนชั้นก็ถูกบอกว่าอสรพิษบนฟากฟ้าพร้อมจะลงมาช่วงชิงและทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามี"
แฟงก์กับไลท์นิ่งแค่เกิดมาบนโลกเดียวกัน แต่อยู่คนละฝ่ายเท่านั้น ทั้งคู่ถูกฟัลชี่หลอกลวงใช้เป็นเครื่องมือตั้งแต่วินาทีที่เกิดมา แต่พอได้มาบนคนจากฝั่งตรงข้ามที่เคยหวาดกลัวหนักหนาก็พบว่าที่จริงแล้วก็เป็นแค่คนเหมือนกัน เป็นแค่สัตว์เลี้ยงของลูชี่เหมือนกัน
 
"โอ๊ย...ชั้นไม่อยากจะนึกภาพตัวเองอยู่ท่ามกลางฝูงซีตเลย"
เป็นคำพูดที่จะเจอก็ต่อเมื่อกดคุยครั้งที่3กับแฟงก์ที่ฟิฟธ์อาร์ก แฟงก์เป็นคนเดียวในตอนนั้นที่ตราเปลี่ยนสภาพไปแล้ว ไม่สามารถเป็นซีตได้ แต่คนอื่นๆนั้นถ้าเวลาหมดก็จะกลายเป็นซีต เธอเลยบอกว่าให้ทุกคนรีบหน่อยนะจ้ะ ฉันไม่อยากเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ท่ามกลางดงซอมบี้ 
 
"ให้ชั้นทำอะไรชั้นก็ยอม จะให้ทลายท้องฟ้าลงมาชั้นก็ยอม ถ้านั่นจะช่วยวานิลได้"
พูดกับไลท์นิ่งที่พาลัมโพลัม  ...แฟงก์ยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วยวานิลแม้แต่ทำลายโลก...  
 
"ฟังนะ เธอไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว เรามีครอบครัวใหม่แล้วนะ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เข้าใจใช่มั้ย"
พูดกับวานิล หลังจบการต่อสู้กับเฮคาตันเชรีสสุดโหด... 
 
"โคคูนจะเป็นยังไงก็ช่างหัวมันสิ มันเกลียดที่ชั้นเป็นลูชี่ แล้วมันจะเดือดร้อนชั้นตรงไหนถ้าพวกมันต้องตายไปซะให้หมด! จะบอกว่ามันแย่กว่าต้องเห็นเพื่อนตัวเองกลายเป็นซีตไปเรอะไง!"
โวยวายใส่ทุกคนที่ฟิฟธ์อาร์ก หลังจากนั้น บาฮามุทก็โผล่มา...
 
"บอกแล้ว ว่าชั้นเป็นสาวนำโชค ฮะฮะ"
พูดกับทุกคนอยู่บ่อยๆ แฟงก์ชอบพูดติดตลกว่าตัวเองเป็นตัวโชคดีประจำกลุ่ม
 
"ชั้นสบายดี นายสบายดี ทุกคนสบายดีย่ะ"
ตอนที่โทรศัพท์คุยกันที่พาลัมโพลัม สโนวถามว่าพี่สาวเป็นไงบ้าง แต่แฟงก์ขี้เกียจตอบก็เลยตัดบทพร้อมส่งมือถือให้ไลท์นิ่ง 
  
"เมื่อไรที่ตราสัญลักษณ์เริ่มมีลูกศรขึ้นมายุ่บยั่บ แล้วก็มีดวงตาล่ะก็ บ๊ายบาย จบเกมเลยล่ะ ไหน ขอชั้นดูหน่อย  ไม่ต้องเขินน่า"
อธิบายเรื่องตราสัญลักษณ์ให้ไลท์นิ่งฟังแล้วก็ขอดูตราขอไลท์นิ่งที่อยู่ตรงหน้าอก...(เจ๊หันหลังให้คนเล่น แฟงก์เลยได้เป็นคนเดียวที่เห็นของเจ๊ไปโดยปริยาย) 
 
"ชั้นสัญญาไว้แล้วก็จริงว่าจะปกป้องโลก... แต่ชั้นก็มีอีกสัญญาหนึ่งเหมือนกัน ปกป้องครอบครัวของเรา...บางครั้ง เธอก็ต้องเลือก!"
พูดกับวานิล ตอนสู้กับออฟานแรก แฟงก์เลือกที่จะกลายเป็นแร็กนาร็อคทำลายโคคูนเพื่อช่วยเพื่อนๆไม่ให้เป็นซีต 
 
"เมื่อไหร่ที่คำอธิษฐานกลายเป็นคำสัญญา แม้โชคชะตาก็หยุดเราไว้ไม่ได้"
พูดในตอนจบ...หลังจากแฟงก์กับวานิลกลายสภาพเป็นคริสตัล ทั้งคู่ก็ช่วยกันค้ำจุนโคคูน และรอคอยวันที่จะได้พบกันอีกครั้ง
 
Sazh Katzroy
ถึงหน้าตาเฮียจะมาแบบเอาฮาอย่างเดียวแต่เค้ามีอะไรมากกว่านั้น ซัซส์เป็นคนที่แก่ที่สุดในกลุ่มและก็ฝีมือกากที่สุดในกลุ่มด้วย แต่กระนั้นกลุ่มก็ขาดเค้าไม่ได้เพราะ1.เป็นคนขับยานและ2.และความที่เค้าแก่กว่าไลท์นิ่งสโนวแฟงก์ถึง1เท่าตัวก็ทำให้เป็นคนที่มีสติมากที่สุด ในขณะที่คนอื่นเสนอแผนการโง่ๆหลุดโลกขึ้นมาซัซส์ก็จะเป็นคนขัดว่ามันจะเป็นไปได้ยังไงฟะ ถึงการอยู่ในกรอบมากไปจะทำให้หาทางแหวกแนวไม่ได้ ไม่ค่อยเสนออะไรใหม่ๆแต่ถ้าไม่มีเค้ามันจะไม่หลุดโลกไปเลยเรอะ แล้วถ้าไม่มีซัซส์แล้วโจโคโบะนั่นจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ 
 
 
 
"อย่าเมินกันเซ่"
บ่นตลอดเวลาที่ไลท์นิ่งทิ้งเฮียแกไว้ข้างหลัง 
 
"ชั้นมันแก่แล้ว ไม่เต้นไปตามข่าวลือบ้าๆบอๆหรอก"
บอกกับวานิลว่าเรื่องของพัลส์นั้นแทบทั้งหมดไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่ทุกคนก็กลัวกันไปหมดตามความเชื่อที่ฝังหัวรวมถึงข่าวลือต่างๆ
 
"เอาเหอะ ยังไงก็ดีกว่าหุ่นยนต์แมงป่องฆาตกรหรือภูเขาขยะแหล่ะ"
หลังจากโดนมานาสวินไล่ฆ่า ตกระกำลำบากในไวล์พีค ซัซส์ก็เริ่มรับได้ทุกอย่าง... 
 
"วิ่งเร็ว! ...วะ วิ่งหนี ไม่ใช่วิ่งไปหามัน!"
ตอนเริ่มที่สู้กับมานาสวินแล้วบอกให้เจ๊วิ่งหนี  
 
"คิดว่าแค่ตายแล้วเรื่องจะจบรึไง!? คิดว่าแค่ตายแล้วทุกอย่างก็จะจบแบบสวยงามเรอะไง!"
ตะคอกใส่วานิลที่บอกว่าจะยิงก็ยิงได้เลย แต่ถึงยิงไปลูกเค้าก็ไม่ได้กลับมา... 
 
"คิดเอาเองเซ่"
ตอบคำถามของวานิลที่ถามว่าตายก็ไม่ได้ อยู่ก็ไม่ได้ แล้วจะให้ทำยังไง? ซัซส์เลยเกรียนกลับแบบนี้เลย 
 
"นี่ เมื่อไหร่ที่แม้แต่ไอ้โบะน้อยยังร่วมด้วย ก็ไม่ต้องลังเลแล้วล่ะ ว่าจะเอายังไง ฮ่าฮ่า"
ตอนอยู่ที่ฟิฟธ์อาร์ก ทุกคนเอามือมาประสานกันแล้วโบะน้อยก็ร่วมด้วย 
 
"มีหลายเรื่องที่ขอโทษทีทำลงไปได้ แต่ยิงเด็กเนี่ยไม่ใช่หนึ่งในนั้น"
จะยังไงซัซส์ก็เป็นคนที่มีจิตใจเมตตา ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะบีบบังคับให้เค้าทำบาป ให้เค้าได้โทษคนอื่น แต่สุดท้ายแล้วเค้าก็ไม่ทำ เป็นตัวละครที่หน้าตาปัญญาอ่อนแต่ว่ามีความเป็นมนุษย์มากที่สุดตัวนึงทีเดียว
 
Barthandelus/Orphan
ควรจะเรียกเค้าว่าอะไรดีล่ะ? แต่ละชื่อที่เกมเมอร์เรียกกันก็ไม่น่าชื่นใจเลยแม้แต่น้อย ท่านประธาน? ตุ๊ดแก่? ซุปเปอร์โป๊บ? ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ไม่ดึงดูดให้แฟนๆชอบเลยนี้กลับเป็นตัวร้ายที่มีบทพูดที่กวนส้น พูดมากเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ความจริงกลับมีเนื้อหาอยู่ตลอดเวลา เป็นพวกมีนัยยะทางการเมือง ถึงจะหน้าตาเห่ย ลงพุง ไม่หล่อเหมือนตัวร้ายส่วนใหญ่ จนความประทับใจติดลบ แต่บาร์ธคุงก็มีจุดน่าสนใจคือฝีปากและเหตุผลในการเป็นตัวร้าย จะมีสักกี่ตัวที่ชักชวนให้กลุ่มตัวเอกฆ่าตัวเอง พอยังไม่เก่งพอก็ส่งไปเข้าคอร์สที่ฟิพธ์อาร์ก เสกยานมารับมาส่งอีกตังหาก ทั้งหมดก็เพื่อได้พบกับผู้สร้างอีกครั้ง ถ้าคิดในแง่มุมของเค้าแล้วก็น่าสงสาร ถ้าคนที่สร้างเรามาเลี้ยงดูเรามาจากไปเราก็ต้องอยากให้เค้ากลับมาเป็นธรรมดา แต่เจตนาบริสุทธิ์ก็ไม่สามารถเอามาเป็นข้ออ้างในการทำผิดได้ 
 
 
"ลูชี่? ข้าน่ะรึ? โอ น่าขันนัก เจ้าพวกเด็กทารกเอ๋ย เลิกล้มความคิดซะเถอะ ข้าเป็นยิ่งกว่านั้น! ข้าคือฟัลชี่ ชื่อของข้าคือบาร์ธานเดลุส อำนาจแห่งรัฐบาลสวรรค์! พระเจ้าของฟัลชี่แห่งโคคูน!" 
พูดกับทุก คนตอนเจอในฐานะบอสครั้งแรกที่ยานพาลามีเซีย เป็นครั้งแรกที่เราจะได้ยินเพลงFighting fateสุดอลังการบรรเลง
 
 
"จากชิ้นส่วนที่แตกกระจายนั้น ตำนานบทใหม่ของคริสตัลก็จะได้เริ่มต้นขึ้นยังไงล่ะ"
 ท่อนสั้นๆนี้น่าสนใจตรงที่มันไปตรงกับธีมของโปรเจคต์ฟาบูล่าพอดี ออฟานบอกว่าถึงโคคูนจะล่มสลายไป แต่ตำนานใหม่ก็จะเกิดขึ้นมาหลังจากนั้น ซึ่งก็ตรงกับธีมที่ว่า "หนึ่งตำนาน เรื่องราวมากมาย ตำนานบทใหม่แห่งคริสตัล ราวกับแสงที่ส่องผ่านคริสตัล จักรวาลนั้นสุกสกาวหลายสีสันด้วยเรื่องราวมากมาย"
 
ประโยคต่อไปเป็นประโยคหลังจากบาร์ธานเดลุสรวมเป็นหนึ่งกับมิเนอร์ว่าแล้วกลายเป็นออฟาน
 
"จะอย่างไรที่คุ้มครองอันแสนสุขสบาย
 
มันต้องพังทลาย ก่อนเราจะได้รับการช่วยเหลือ
 
เปลือกที่เปราะบางเกินไป ทำให้มนุษย์มิสามารถเจริญเผ่าพันธุ์ได้
 
เปลือกที่แข็งแกร่งเกินไป ทำให้มนุษย์มิสามารถสูญสิ้นชีวิตได้
 
 
 
การเข่นฆ่าและการช่วยให้รอด
 
สองภารกิจสุดขัดแย้งที่เราต้องแบกรับ
 
แต่เรากลับถูกจองจำอยู่ในที่คุมขังนามว่าโคคูน ที่คุมขังที่อยู่เหนือพลังอำนาจของเรา
 
เราจึงต้องขอบคุณพวกเจ้า สำหรับการกำเนิดที่เราเฝ้ารอ
 
 
 
เราคือผู้ที่ถูกทอดทิ้ง
 
ถือกำเนิดมา แต่ ณ บัดนี้กำลังจะตาย
 
ชื่อของข้าคือ'ออฟาน'
 
ด้วยมือของข้า โลกนี้ จะต้องรู้จักการชดใช้!" 
 
อีกหนึ่งวาทะสุดเจ๋ง ฝรั่งยกให้เป็น coolest boss speech ever! ฟังเพลงborn anewไปด้วยจะยิ่งบิ้วด์อารมณ์อลังการ สมกับเป็นสุดยอดตัวร้ายที่พูดจาภาษาอลังการทั้งเรื่อง จนไม่มีใครเข้าใจ...    
 
Cid Raines
หนึ่งตัวประกอบที่น่าสงสาร บทบาทของเฮียแกนั้นมีความสำคัญต่อการตัดสินใจของกลุ่มตัวเอกพอดู แต่กลับมีบทสั้นกุด แถมกลับมาตายอย่างไม่สมเหตุสมผลอีก แต่ซิดก็เป็นคนหนึ่งที่มีความมุ่งมั่นอยากจะให้คนที่สร้างประวัติศาสตร์ของมนุษย์นั้นเป็นมนุษย์เอง ไม่ใช่มีใครมาเขียนบทให้
"ความตั้งใจคือสิ่งที่ชั้นคิดเอง ไม่ใช่ฟัลชี่ ความตั้งใจนี้คือพลังของชั้น!"
 
พูดกับทุกคนก่อนที่จะเริ่มสู้กัน 
 
"ทำในสิ่งที่พวกนายรู้ ว่ามันถูกต้อง เชื่อมั่นในตัวเองนะ"
 
หลังจากแพ้ ซิดก็จะบอกให้เราทำตามสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง อย่ากลัวจนกลายเป็นทาสของฟัลชี่  
 
"ความฝันของชั้นกลายเป็นแค่เรื่องเพ้อเจ้อของฟัลชี่ไปแล้ว"
 
มันจะฟื้นกลับมาเพื่อพูดเรื่องแค่นี้ทำไมคะ...ตายๆไปตั้งกะตอนพูดท่อนก่อนหน้านี้ก็ดีแล้วเฮียเอ๋ย
 
จบพาร์ต1 ต่อกันพาร์ต2เมื่อมีโอกาสค่ะ

ป.ล.ขณะนี้กำลังเริ่มโปรเจคแปลบทพูดตั้งแต่เริ่มจนจบอยู่ กะจะทำรูปประกอบด้วยก็พบว่า...มันเฮฟวี่มากเค่อะ อยากถามว่าปกติแคปรูปกันด้วยโปรแกรมอะไรคะ หรือมีใครกรุณาจะช่วยส่งรูปที่แคปมาจากแต่ละคัทซีนมั้ยคะ คัทซีนละรูป2รูปก็พอ     

Comment

Comment:

Tweet

Lighting เจ๊สุดยอดจริงๆ

#12 By 000 (103.7.57.18|110.169.213.111) on 2013-03-10 03:03

ขอบคุณที่รวบรวมคำพูดของแต่ล่ะคนมาให้อ่าน
เป็นบทความที่อ่านไปขำไป  แต่ของบางคนก็ซึ้ง
Hot! Hot! Hot!  

#11 By LEOON on 2012-10-09 14:37

เพิ่งเคยเห็นหน้าตัวร้าย ได้ยินแต่ว่าหน้าตาแย่แต่ไม่เคยเห็นซะที พอมาดูหน้าตามันเหียกจริงๆค่ะ 5555+ ชักอยากจะสอยเพลสามมาเล่นเกมนี้แล้วสิ cry

#10 By tanachaistanacha on 2011-09-24 15:40


ได้อ่านคำจำกัดความของแต่ละคนมันจี๊ดขึ้นสมองจริงๆ
อ่านแล้วประมาณว่าไช่เลยขอบคุณมากครับ

#9 By sulaiman (124.120.67.14) on 2011-02-24 20:22

สุดยอดเลยค่ะ คำพูดของบางคน(ยกเว้นพี่ถึกสโนว)เอาไปเป็นแนวคิดได้เลยนะคะเนี่ย แต่ชอบประโยคที่ว่า"ผมก็เหมือนกัน ถ้าทำได้ ผมก็อยากปกป้องไลท์ซังเหมือนกันนะ"ของโฮปจังเลย ฟังดูแล้วโรแมนติกดีจังbig smile

#8 By karakino on 2010-10-17 21:57

โหลดคัทซีนตามในกระทู้นี้ได้เลยค่ะ
http://finalfantasy-xiii.net/forums/showthread.php?t=10311
มีให้เลือกทั้งแบบไม่มีซับ แบบมีซับ คัทซีนเรียลไทม์ กับคัทซีนพรีเรนเดอร์ก็มีแยกให้

เรากะว่าจะแคปจากในนี้แหล่ะค่ะ ถ้ามีใครดูไปแล้วชอบซีนไหนเจ๊ทำหน้าตาบ้องแบ๊ว สโนวทำหน้าหื่น อะไรแบบนี้ถ้าแคปเก็บไว้ก็ส่งมาได้นะค๊า

#7 By TAEPOPPURI~ on 2010-08-01 18:58

#5
อรั๊งงงง ติดตามชมบทความค่ะ
เรื่องรูปโหลด ถ้าไม่มีเวลาโหลด รับโหลดให้ได้นะคะ ฟุฟุฟุ / ผัวะ OTL

ถามนิสสสส
ตอนทำคัทซีนนี่จะคัดจากที่โหลดมาหรือเปล่าคะ?
ช่วยโหลดได้นะเคอะ ฟุฟุฟุฟุ / ผัวะ (<---อยากได้คัทซีน OTL )

#6 By Ravee on 2010-08-01 02:21

อุ๊ซซ รับบอลเกงกิแล้วกระจุยเป็นซากแบบจอมมารบู เดี๋ยวปลายอาทิตย์แล้วเต้เอาไปลงffplanetละกันนะคะ กะว่าจะแก้คำผิดใหม่ด้วย

#4 ฉากเจ๊กินเด็กเราเตรียมไว้ในพาร์ท2เรียบร้อยค่ะ 555 พาร์ทสองกะว่าจะทำพวกประโยคโต้ตอบที่เจ๋งๆsurprised smile ส่วนเรื่องแคปภาพเดี๋ยวติดต่อไปนะคะ ขอบคุณมากค่า คัทซีนเรามีแบบโคตรชัดแหล่มๆตั้งกะบท1-8 ที่เหลือยังไม่ว่างโหลดต่อ แต่ไฟล์ใหญ่มาก ใครสนใจก็บอกได้ค่ะ -w-"

#5 By TAEPOPPURI~ on 2010-07-28 13:25

อรุฟฟฟฟ แต่ละประโยค สุดๆเลยค่ะ XD

น่าจะมีประโยคที่ไลท์นิ่งกอดโฮป (เจ๊แอบกินเด็กหรือเปล่า? กร๊ากกก) หลังจากที่สโนวสลบไป แล้วฟางที่(ก็คงจะ)ยืน(มอง)อยู่ตรงนั้น ฮาาาา
L : จะปกป้องเอง ฉันจะปกป้องเธอเอง
H : ผม...ผมก็ด้วย จะปกป้อง...หมายถึง อย่างน้อยผมจะพยายาม
(เล่นภาคอังกิดค่ะ OTL ต้องมีการบิ้วอารมณ์ เนื่องจากเสียงคนพากย์ช่างขัดอารมณ์ TvT )

Hot! Hot! Hot!

ป.ล. เรื่องแคปรูป ท่างนี้ก็ PrntScr แคปธรรมดาแล้วก็เอาไปแปะใน โฟโต้ชอปแล้วก็ตัดเอาน่ะค่ะ =w=;;;;

ทางนี้แคปจากวิดิโอที่โหลดมา (ซี่งโหลดมาถึงแค่ แชปเตอร์ 9 เพราะหลังจากนั้นก็ขี้เกียจโหลด + ไปติด KH OTL )

ถ้าอยากให้ช่วยแคปก็เต็มใจอย่างยิ่งค่ะ *v* (ems. มาบอกล่ะกันค่ะ ^^;)

#4 By Ravee on 2010-07-28 12:34

เอนทรี่นี้เมพมากเต้ซัง เกิดมาไม่เคยให้บอลเกงกิใคร... ดีใจซะที่เจ้าได้กลายเป็นคนแรกที่พี่จะมอบบอลเกงกิให้ Hot!

ภาคนี้บทพูดคมๆ เยอะเพราะมันติดดราม่าเยอะมาก การจะคลี่คลายดราม่าได้ ก็ต้องเอาประโยคคมๆ มาประชันกันอย่างสุดความสามารถ

ถึงกลุ่มตัวละครในภาคนี้จะได้รับการโหวตว่าเป็นกลุ่มตัวละครที่เกรียนที่สุดในบรรดาทุกภาค (เจ๊เหี๊ยม ตาบื้อ สาวแอ๊บแบ๊ว เด็กปากดี ลุงแอฟโร เทพีแห่งโชค) แต่พี่ก็ชอบความจริงใจของพวกเขาทุกคน คิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร เชื่อมั่นอะไร พวกเขาแสดงถึงสิ่งที่ตัวเองศรัทธาออกมาอย่างแรงกล้า และพยายามอย่างถึงที่สุด เพื่อ "ปกป้อง" สิ่งที่ตัวเองรัก อย่างแท้จริง

เต้เองก็แปลได้เจ๋งมาก เลิศครับ confused smile แต่น่าจะเอาไปแปะ ffplanet ด้วยนะเนี่ยคะ อิอิ

#3 By Tae & BoN on 2010-07-28 04:11

ขอบคุณมากค่ะที่รวมประโยคโดนใจมาให้อ่านกัน ชอบมากๆเลยค่ะ เล่นไปแล้วฟังไปนี่มันอินจริงๆค่ะ ชอบฟางที่สุดเลย แบบว่าจะห่วงวนิลาไปไหนเนี่ย Hot!

#2 By Barbozari on 2010-07-27 00:13

ประโยคเจ๊เครียด กับออฟานมันจี๊ดมาก =w=

confused smile confused smile Hot!

#1 By bye bye on 2010-07-26 09:17

TAEPOPPURI~ View my profile